วันจันทร์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2561

แชร์เทคนิคการเล่น Facebook ที่ทำให้ผลตอบแทนการลงทุนในหุ้นดีขึ้นมาก

ทุกท่านที่เล่นอินเตอร์เนตส่วนใหญ่จะมี facebook กันทุกท่าน ส่วนใหญ่รวมทั้งผมจะเล่นเฟสทุกวัน วันละหลายชั่วโมงเพื่อตามอ่าน ดูข่าวคร่าวเพื่อนๆของเรา อ่านเพจต่างๆที่เราสนใจ
Facebook มีข้อดีมากมายในเรื่องการรับข้อมูลข่าวสารสิ่งที่มีประโยชน์ตามเพจต่างๆเช่น เพจสอนทำธุรกิจ สร้างแรงบันดาลใจ เพจให้ความรู้ทางกฎหมายและแพทย์ เป็นต้น
แต่มีงานวิจัยทางการแพทย์ ว่ายิ่งเล่นเฟสยิ่งมีแต่ข้อเสียต่อสุขภาพจิตของเรา จิตแพทย์ได้กล่าาวไว้ว่า
นักวิจัยมีสมมติฐานถึงสาเหตุของสุขภาพจิตที่แย่ลงหลังการเล่นFacebookว่า การเสพเรื่องราวของคนอื่นในโซเชียลมีเดียอาจมีผลทำให้เกิดอารมณ์ในด้านลบ โดยเฉพาะความอิจฉาและการเปรียบเทียบ นอกจากนั้นการใช่เวลาอยู่ในโซเชียลมีเดียนานๆก็เป็นการดึงคนเป็นๆออกห่างจากการเข้าสังคม(จริง)อีกด้วยตาม รายละเอียดตาม link นะครับ
https://www.facebook.com/D2JED/posts/1195832607216637

ถ้าเราตามเฟสเพื่อนๆเราที่ได้เที่ยวบ่อยๆซื้อของแพงๆ กินของดีๆ ชีวิตเค้าดูดี บางครั้งต่อให้จิตเรามั่นคงก็ทำให้เราไขว่เขว มีการอิจฉาขึ้นมาแว่บๆเป็นช่วงๆ ทั้งๆที่จริงเรามีชีวิตที่ดีกว่าหลายๆคน แต่ความคิดในแง่ลบทำให้เราไม่พอใจในสิ่งที่เรามี
พอดูแบบนี้นานๆเข้าจะทำให้เรารู้สึกในแง่ลบต่อตัวเองมากขึ้น เช่นทำไมเราไม่มีแบบนั้น ทำไมเราวาสนาไม่ดี อาจจะทำให้สุขภาพจิตเสียหายยับเยิน อยากจะรวยไวๆรวยมากๆแบบที่เค้าโพสในเฟส
และมันจะเข้าทางพวกแชร์ลูกโซ่หลอกให้ลงทุนผ่านเฟส เช่น การลงทุนใน Forex การันตีกำไร การลงทุน Venture Capital ต่างๆนานาดั่งที่ข่าวออกบ่อยๆช่วงนี้ ถ้าใครเล่น forex จริงๆจะรู้ว่าไม่มีการการันตีผลกำไรใดใดทั้งต้องอยู่ที่ฝีมือเราเหมือนการลงทุนในหุ้น 

ถ้าจิตใจเราและความคิดยังจมกับแง่ลบต่อไป มันไม่ดีแน่ เพราะจะมีผลกระทบกับจิตใจในการทำธุรกิจและการลงทุนในหุ้น
ผมเลยลองเปลี่ยนความคิด(mindset)ใหม่ๆในการเล่นเฟส เพื่อการทำการทดลองว่าถ้าเราเลือกรับข้อมูลด้านดีๆจะมีผลต่อการลงทุนของเราอย่างไร โดยทำการทดลอง คือ

1. Unfollow หรือ Unfriend เพื่อนในเฟสที่ มองโลกในแง่ลบทั้งหมด เช่น โพสด่าคนอื่น ใช้คำหยาบคายลงเฟส หรือเหน็บ แขวะ ดราม่า 
2. Unfollow เพื่อนในเฟส ที่โชว์ของหรู กินเที่ยว shopping บ่อยๆ (แต่ไม่ทุกคนนะครับ อยู่ที่เราเลือก)
3. เลือกเข้ากลุ่มที่รวมคนลงทุนที่เก่งๆ เช่น road to trader เป็นต้น (ที่จริงเพจการลงทุนมีหลายร้อยกลุ่ม ลองเลือกเข้าเท่าที่ถูกกับนิสัยเรานะครับ) อ่านแนวคิดของเค้า อ่านหนังสือหรือบทความที่เค้าแนะนำเยอะๆ
4. เลือกกด See first และ follow เพจการลงทุนและข่าวเศรษฐกิจทุกเพจ เช่น เพจ FINNOMENA Bank of Thailand Scholarship Students  ลงทุนแมน Stock2morrow เป็นต้น
5. กดติดตามเพจ สร้างแรงบันดาลใจต่างๆ เพจให้กำลังใจในแง่บวก เพื่อเสริมจิตวิทยาการมองโลกในแง่บวกแก่เรา
6. ถ้าเพจไหนหรือคนไหนโชว์พอร์ทหุ้นหรือ forex กำไรมหาศาลในช่วงเวลาสั้นๆ ก็ Unfollow เพราะบางทีไม่ได้กดติดตามแต่ทางเพจบางเพจได้ซื้อโฆษณาผ่านเฟส เฟสก็โชว์ให้เราเห็น
7. เอาที่เราได้อ่านตามกลุ่มและเพจเรื่องวิธีการลงทุน มาลองทำในหุ้นและ Forex ด้วยตัวเองเพื่อให้รู้ถึงปัญหาระหว่างที่ลงทุนและหาทางแก้ไข


ผลการทดลองมา 1 ปี สุขภาพจิตดีขึ้นลดการรับรู้สิ่งที่ไม่จำเป็น รู้สึกตัวเองมีความสุขมากขึ้น ไม่ต้องสนใจใครในเฟส มีเวลาศึกษาหาความรู้ ได้ข้อคิด แนวคิดการลงทุนใหม่มากขึ้นจริงๆ
และผลการลงทุนทั้งหุ้นและ Forex ผลตอบแทนดีขึ้นมากจริงๆนะครับ

ถ้าท่านใดรู้สึกเล่นเฟสแล้วไม่มีความสุข ผมอยากแนะนำให้ลองพิสูจน์กันดูไหมครับ
ลองทำข้อ 1-5 ประมาณ 3 เดือน ไม่แน่อาจจะเปลี่ยนแนวคิดและชีวิตการลงทุนเราตลอดไปเลยนะครับ

โลกกำลังเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในยุคของรุ่นเรา หนึ่งเหตุผลที่ควรจะลงทุนในหุ้น

อ่านข่าวเศรษฐกิจช่วงนี้ และนำข้อมูลที่เค้าเสนอมากรองอีกรอบ ลองแยกระหว่าง ข้อมูลจริง (fact) และข้อมูลลวง(fake)
ช่วงนี้คือการเปลี่ยนถ่ายยุคสมัยใหม่ที่รุนแรงที่สุดในรุ่นเรา และน่าจะกินเวลาอีกหลายปีกว่าจะนิ่ง
ปัจจัยหลายๆอย่างประเดประดังเข้ามาตั้งแต่ปลายปีที่แล้วจนวันนี้ เช่น
สังคมผู้สูงอายุ จากข้อมูลจริง คนเกิดน้อยลงเกือบ 50% ณ ตอนนี้เมื่อเทียบกับรุ่นพ่อแม่เรา ตั้งแต่ปี 2513 คนเกิดน้อยจะทยอยทำให้เศรษฐกิจไม่โต กว่าจะเห็นผลก็ใช้เวลาสิบๆปี และดันมาเกิดที่รุ่นเราพอดี
ดั่งที่ข่าวออก โรงเรียน มหาวิทยาลัย สถาบันกวดวิชาเผชิญปัญหาคนเข้าเรียนน้อยลง อาจจะต้องยุบสาขาหรือปิด ถ้าอนาคตยังเป็นแบบนี้ธุรกิจก็เหนื่อยกว่าเดิมถ้าสายป่านเงินสดไม่มากพอ
เทคโนโลยียุคนี้มันฉลาดขึ้น เช่น AI มาเปลี่ยนโลก AI มันพัฒนาตัวเองได้เร็วกว่าคนหลายร้อยเท่า คนอาจจะใช้เวลาพัฒนาเป็นปีๆ แต่ AI ใช้เวลา 1 วัน ดังข่าวเรื่องทดสอบการว่าความระหว่างคนกับ AI คนแพ้ AI ในเรื่องการแม่นยำในการว่าความในชั้นศาล
ในหุ้นหรือ forex ถ้ามาเทรดตอนนี้จะเห็น AI เทรดกินเงินคนกระจายเลยละ 
AI ไม่มีจิตใจและอารมณ์เหมือนคน เป็นข้อดีในการตัดเอาอารมณ์มาร่วมในการตัดสินใจ
ในวงการธนาคาร แบงค์ไทยเริ่มเอา AI มาใช้ในสินเชื่อปล่อยกู้ เพื่อในการตัดสินเรื่องการปล่อยกู้ไม่ให้มีการลำเอียง หรือผลประโยชน์ทับซ้อนระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้กู้วิธีนี้อาจจะลด NPL ลงได้เยอะ แต่ก็ทำให้กู้ได้น้อยลงเนื่องจากตัดสินตามกฎการกู้เด๊ะๆ ถ้า SMEs รายใดเกิดหมุนไม่ทันต้องการกู้ด่วนอาจจะมีปัญหา และถ้ากู้ไม่ได้ก็ขาดสภาพคล่อง ก็ล้มหายตายจากกันไป และจะกระทบกับธุรกิจ
AI เริ่มแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในญี่ปุ่นได้แล้ว ต้นทุนการผลิตเท่าไทยละ ญี่ปุ่นเริ่มดึงโรงงานในไทยกลับดังข่าว casio จะย้ายจากไทยกลับ เพื่อดึงเงินเข้าญี่ปุ่นเพื่อเศรษฐกิจเค้าต่อไปจะดีขึ้น ถ้าทำแล้วได้ผลเยอะๆโรงงานญี่ปุ่นอาจจะทยอยกลับไปหมด แต่ต้องขึ้นอยู่กับผลประโยชน์โดยรวมทั้งหมด
มามองในข่าวรัฐวิสาหกิจไทย เช่นธนาคารรัฐ การไฟฟ้าฝ่ายผลิต ออกข่าวไม่เพิ่มคนตอนนี้ รอจนคนเก่าเกษียณ ค่อยว่ากันอีกทีว่าจะจ้างใหม่เท่าเดิมไหม ได้คุยกับผู้การแบงค์รัฐคนนึงเค้าว่า เค้าเริ่มลดคนละ เช่นเกษียณ 100 อาจจะรับใหม่ 20 คน ลดต้นทุนรายจ่าย เพื่อกำไรให้เท่าเดิม นี่ขนาดธุรกิจผูกขาดและมีรัฐหนุนนะ ถ้าเป็น SMEs ไม่ต้องพูดถึงเลยละ
ธุรกิจหลายๆอย่างที่ใหญ่ๆเค้าก็ดิ้นกันสุดๆ เช่นข่าวเมื่อวานก่อน ดีลเลอร์นิสันที่ทำการค้ามาหลายสิบปี ยอมลดสาขา ทยอยปิดสาขาที่ไม่กำไร 

เท่าที่ทำธุรกิจเล็กๆมา ถ้าธุรกิจไหนกำไรพออยู่ได้เติบโตทีละน้อย เราจะไม่ยอมปิดสาขา เราจะทำไปเรื่อยๆ แต่ถ้าไม่เห็นทางจริงๆ เราก็ต้องยอมตัดเนื้อร้าย
น่าจะมีข่าวเรื่องการเปลี่ยนถ่ายยุคสมัยมาอีกเรื่อยๆ นี่แค่ปฐมบทในการเปลี่ยนแปลง ยังเพิ่งเริ่ม ยังน้ำจิ้มอยู่
พยายามมองโลกในความเป็นจริง แต่บางคนบอกมองโลกในแง่ร้าย 
ถ้าเรามองในโลกแห่งความเป็นมันเริ่มโหดร้ายแล้วลองกลับมาคิดหาทางป้องกันน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
และหนึ่งทางเลือกในการหาทางเอาตัวรอดในการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ คือการลงทุนให้หุ้น เพราะหุ้นถือว่าเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นตามกาลเวลา
แต่เราต้องเลือกหุ้นของบริษัทที่มั่นคง ผู้บริหารมีจรรยาบรรณ และอยู่ในอุตสาหกรรมที่จำเป็นต้องใช้ในการดำรงชีวิตทุกวันและตลอดไป
  

5 เหตุผลที่ SET index จะขึ้นไป 2000 จุดภายในปีหน้า

ช่วงนี้ SET ทำ new high เกิน 1800 จุด แต่ก็โดนกดให้ต่ำกว่า 1800 ตลอด มีแรงเทขายจากกองทุนใหญ่ๆและ ต่างชาติเรื่อยๆ
แต่มีเหตุผล 5 ข้อที่สำคัญที่ทำให้ผมเชื่อว่า ภายในปี 2562 SET index จะขึ้นไปถึง 2000 

ข้อที่ 1 เงินเฟ้อของประเทศไทยเพิ่มขึ้นเงินจำนวนเท่าเดิม แต่ซื้อของได้น้อยลง มูลค่าของเงินตราลดลงอย่างมาก ยกตัวอย่างราคาข้าวจากเมื่อน 5 ปีก่อนข้าวจานละ 40 บาท ตอนนี้ข้าวจานละ 50 บาท คนเก็บเงินก็จะเริ่มขึ้น ฝากเงินในธนาคารดอกเบี้ยได้น้อยกว่าเงินเฟ้อ ยิ่งฝากนานยิ่งขาดทุน ต้องหาทางทำให้เงินงอกเงยมากกว่าเงินเฟ้อให้ได้
ตลาดหุ้นเป็นแหล่งที่ใช้ในการฝากเงิน ออมเงินได้ส่วนนึง และยังมีช่องทางอีกมากมายที่คนส่วนใหญ่จะเริ่มมาลงทุนในหุ้น

ข้อที่ 2 ราคาอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวสูงขึ้นเกินกำลังที่จะซื้อในระดับคนชั้นกลางแบบผม 
ถ้าเรามีเงินจำกัดและมีบ้านอยู่แล้วเราอยากซื้อที่ดินเก็บไว้ อยากเอาเงินที่เก็บไปลงในที่ดินเพื่อป้องกันเงินเฟ้อ
แต่เรามีเงินเก็บไม่เยอะ และราคาที่ดินตอนนี้สูงมากถ้าเป็นที่สวยๆ เกินกำลังของเรา อีกอย่างสังคมไทยเริ่มเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ซื้อที่ดินไปนานๆต่อไปอาจจะขายเป็นเงินสดก็ยาก ใช้เวลานานถ้าซื้อที่ดินที่ไม่สวย 
หุ้นเป็นทางเลือกที่น่าสนใจของหลายๆคน 

ข้อที่ 3 ราคาทองคำในไทย ราคาไม่ไปไหน เพราะค่าเงินเราแข็ง อยากจะไปซื้อทองคำเก็บไว้ แต่ราคาไม่ไปไหนซักที เหตุผลทองคำโลกต่อให้ขึ้นยังไง แต่ค่าเงินบาทผูกกับดอลล่าห์ในตอนนี้แบบแปรผกผัน ทองคำในตลาดโลกขึ้นสูงแต่เงินบาทเราแข็งมาก ทำให้ทองคำแปลงมาเป็นเงินไทย ราคาแทบไม่ไปเลย
ไม่เหมือนปี 2009 ที่ทองขึ้น เงินบาทอ่อน พร้อมกัน แต่โอกาสนั้นอาจจะเกิดขึ้นยาก
หันมามองในหุ้นก็น่าสนใจมากกว่าทองคำในช่วงนี้

ข้อที่ 4 กองทุนใหญ่ๆ ธนาคารไทยและธนาคารแห่งประเทศไทยมีบทเรียนจากวิกฤตต้มยำกุ้งมาแล้ว เค้าเริ่มลดความเสี่ยง จำกัดความเสี่ยงทางการเงินหลายๆอย่าง ถือเงินสดเยอะขึ้น เผื่อเกิดวิกฤตจะได้ไม่เสียหายเหมือนต้มยำกุ้ง

ข้อที่ 5 ตลาดหุ้นในไทยเป็นตลาดที่คนพัฒนาความรู้ความสามารถตัวเองได้เรื่อยๆ ยิ่งอยู่นาน ยิ่งจะไม่กลัวเพราะมีประสบการณ์มากขึ้น ความกลัวในตลาดจะลดน้อยลง คนจะเข้ามาในตลาดหุ้นมากกว่าแต่ก่อนเมื่อเวลาเริ่มมากขึ้น สังเกตปี 2528 ถึง 2561 ปีนี้ดูภาพรวมแล้วตลาดหุ้นไทยมีแต่ขึ้น อยู่ที่เวลาเมื่อไร

แต่สุดท้ายทั้งนี้ทั้งนั้นการลงทุนในหุ้นเราไม่ควรคาดเดาดัชนีอะไรมากมาย เพราะเราไม่รู้อนาคต ถ้าเรารู้อนาคตป่านนี้เรารวยเป็นร้อยๆล้านกันหมด
เราทำได้เพียงหาทางป้องกันความเสี่ยง ว่าถ้าตลาดหุ้นหรือหุ้น ที่เราคาดการณ์ว่าจะขึ้น ถ้ามันไม่ขึ้นละ เราจะทำยังไงไม่ให้เราหมดตัวมากกว่าครับ

การใช้หลักการเล่น Poker และทฤษฎีการหลอกลวงมาประยุกต์ใช้ในการเก็งกำไรในหุ้น

หลายๆท่านคงเคยเล่นไพ่ Poker กันเกือบทุกคน เพราะเป็นการเล่นไพ่ที่ง่ายไม่ซับซ้อน 
การเล่นไพ่ Poker ถ้าเรามานั่งวิเคราะห์ มันจะเหมือนเกมการเก็งกำไร (Trading)  ในหุ้นหรือ Forex มันไม่ใช่การลงทุน (Investment)
การเก็งกำไรหรือการลงทุนในหุ้น ไม่มีอะไรผิดถูก มันแล้วแต่นิสัยเราชอบแบบไหน เราอาจจะไม่ชอบถือยาว ชอบได้กำไรทุกวัน ทุกสัปดาห์ โดยไม่ต้องสนใจพื้นฐานด้านการอ่านงบการเงิน วิเคราะห์ข้อมูลบริษัท
การเก็งกำไรจะเล่นเกมส์จิตวิทยากับอารมณ์ของคน โดยใช้กราฟและเทคนิคอลมาประกอบในการตัดสินใจว่าอารมณ์คนตอนนั้นเราควรซื้อหรือขายดี
ลองสมมตินะครับ ว่าเรากำลังเก็งกำไรในหุ้นเหมือนเล่นไพ่ Poker

-เรามีเงินกองหนึ่งที่จะมาใช้ในการเล่น Poker  เหมือนเรามีก้อนหนึ่งเพื่อมาเก็งกำไรในหุ้น 
-การเล่นไพ่ Poker เราจะได้รับไพ่ที่เค้าแจกมา โดยเราไม่สามารถเลือกไพ่ได้เลย มันคือการสุ่มไพ่ แล้วแต่ดวงของเราจะได้ไพ่ดีหรือไม่ เหมือเราเข้าในตลาดหุ้น ความน่าจะเป็นของการที่หุ้นขึ้นหรือหุ้นลง มันคือการคาดเดาและสุ่ม
-เราเปิดไพ่ในมือของเรามาดู เราก็ต้องทำการวิเคราะห์และตัดสินใจ ว่าตานี้เราจะทำยังไงดี เราจะลองเสี่ยง เกทับ คู่ต่อสู้ หรือตานี้ยอมหมอบ ผ่าน รอตาใหม่ เหมือนเราเล่นเก็งกำไรในหุ้นโดยใช้กราฟและเทคนิคอลมาดูความน่าจะเป็นของหุ้นว่าควรซื้อที่ MACD แบบไหน เส้น moving average ตัดขึ้นแบบไหน ค่าเท่าไร หรือรอให้เครื่องมือเทคนิคยืนยันก่อน
-การเล่นไพ่ Poker ในคาสิโนหรืออนไลน์ เราเชื่อไหมว่าเจ้าของเค้าแจกไพ่โดยการสุ่ม เค้าอาจจะกำหนดไพ่ในมือมาให้เราแล้ว ล๊อคไว้แล้วแต่เค้าทำแบบเนียนๆ เหมือนคล้ายๆกรณีหุ้นปั่นหลายตัวๆ เจ้ามือเค้ากำหนดเกมส์ โดยใช้ข่าว ออกสื่อหลายๆฃ่องเพื่อสร้างความมั่นใจในหุ้นตัวนั้น การซื้อขายทำราคาสร้างกราฟไปทางที่เค้าต้องการ เพื่อล่อพวกเราให้ไปติดกับดักดอย เพราะเกมส์หุ้นคือการซื้อจนราคาไม่มีคนซื้อ คนซื้อคนสุดท้ายต้องจ่ายรอบวง
-ถ้าเราใช้หลักการเล่น Poker ในการเก็งกำไรในหุ้น เราต้องมองหน้าตักเงินเรามีเท่าไร เราจะบริหารเงินหน้าตักนี้ยังไง เล่นแต่ละตาแบบไหน เพื่อไม่ให้เงินหมด
-บางครั้งเราได้ไพ่ในมือดี เหมือนเราได้เห็นเครื่องมือเทคนิคและกราฟสวยๆจากประสบกาารณ์เราที่มีโอกาสทำกำไรได้ 80-90% 
-บางครั้งเราได้ไพ่ในมือแย่ แต่เราอยากชนะตานี้ เราต้องทำการหลอกคู่ต่อสู้ให้เชื่อว่าไพ่ในมือดี ให้เค้าหมอบหรือยอมแพ้ อาจจะใช้สีหน้าาที่มั่นใจหรือคำพูดเพื่อให้เค้ากลัว เหมือนเก็งกำไรในหุ้น บางทีเจ้ามือปล่อยข่าวดีมากๆ กราฟทำราคาสวยๆ สุดท้ายได้ราคาที่เหมาะสมเค้าก็เทขายเอากำไรจากมาหมด

หลักการการเล่น Poker เหมือนกับการเก็งกำไร (Trading) ไหมครับ ในความคิดผมเหมือนกันเกือบ 100%
เคยได้ยินข่าว คนชนะ Poker ระดับโลก กองทุนหุ้นหรือกองทุนเงินซื้อตัวจ้างให้ไปเก็งกำไรกันบ่อยๆไหมครับ

เกมส์การเก็งกำไรมันต้องใช้อารมณ์ จิตวิทยาการหลอกลวง ล่อหลอกให้คนมาติดกับ ดังนั้นเราต้องฝีกจิตใจให้แข็งแกร่งถ้าอยากเก็งกำไร

แต่ต้องระวังหลอกกันไปมา หลอกคู่ต่อสู้ สุดท้ายเราก็กลับมาหลอกตัวเอง มันเป็นดาบสองคม เพราะผมก็หลอกตัวเองบ่อยๆ 555

Rookie Lucky ความโชคดีของมือใหม่ ทำให้เรามีอีโก้ว่าเราเป็นเซียนตลาดหุ้น

เมื่อ 7-8 ปีที่แล้วที่ตลาดหุ้นตอนนั้น SET อยู่ราวๆ 1000-1400 จุด ผมเริ่มเข้าตลาดหุ้นไทยครั้งแรก หลังจากเก็บเงินได้ก้อนนึง ซึ่งเป็นความฝันอยากรวยตั้งแต่ตอนเป็นนิสิตวิศวกรรมศาสตร์แห่งนึง
เนื่องจากที่บ้านจำกัดเงินใช้จ่ายแต่ละเดือน อยู่อย่างไม่สบายเท่าไร ความคิดอยากรวยจะแล่นมาตลอดการเป็นนิสิต เลยเริ่มศึกษาหุ้นไทย อ่านหนังสือของ ดร.นิเวศน์ อ่านของหลายๆท่าน 
พออ่านหนังสือแล้ว เหมือนทุกท่านเขียนแต่ข้อดีของการเล่นหุ้นหรือลงทุนหุ้น การอ่านงบการเงิน การดูมูลค่าของหุ้น 
พอเราอ่านมากๆทำให้เรารู้สึกว่าาอีโก้เรามา หุ้นมันง่ายนี่หว่า ไม่ยาก แค่ซื้อถูก ขายแพง ทำไมมันง่ายขนาดนี้

มีเงินเก็บก้อนนึง ก็เปิดบัญฃีของบัวหลวง ก่อนจะซื้อหุ้น ก็ทำการศึกษางบการเงิน วิเคราะห์ งบดุลและกำไรขาดทุน กระแสเงินสด PE PBV ทุกอย่าง ได้หุ้นมาตัวนึง คือ DSGT
DSGT เป็นธุรกิจทำผ้าอ้อมเด็ก ซึ่งตอนนี้ได้ซื้อหุ้นคืนหมดและออกจากตลาดหลักทรัพย์ไปแล้วครับ
ตอนนั้นซื้อจะรอเวลาประมาณ 4 เดือน ได้กำไร ตามที่วิเคราะห์ไว้ประมาณ 50% เพราะแตกพาร์ด้วยส่วนนึง
พอได้กำไรมา อีโก้เริ่มมาเลยครับ มองตัวเองว่าครั้งแรกก็ได้กำไรขนาดนี้แล้ว โอ้ว อีกสองสามปีเราก็เป็นเซียนมีเงินสิบล้านแล้วละซิ วะฮะฮ่า
หลังจากนั้นก็ซื้อๆขายหุ้นหลายตัวเช่น HFT TVO CPALL อื่นๆอีกมากมาย แรกก็ก็ได้กำไรเยอะ หลังๆเริ่มลดลง แต่ยังไม่ขาดทุน

มาเจอหุ้นแขก..............ขึ้นต้นด้วย I
ตอนนั้นราคา 50 บาท พื้นฐานดี ข่าวดีจากโบรคเกอร์วิเคราะห์ทำ 80 บาทแน่ๆไปแกะงบการเงินโอ้วเจ๋งมากๆเลย........
จัดไปเต็มๆปอด ลงมาซื้อลงมาซื้อเกือบ 80% ของพอร์ท 

พอซื้อไปซักพัก โดนทุบขาย เทกระจาด เหลือ 20 กว่า เราก็คิดว่าตกใจอะไรกัน งบดีนิ ก็จัดเพิ่มไปเรื่อยๆ

ปรากฎว่าางบการเงินออก กำไรลดลง 50-60% ฉิกหายแล้ววววว มิน่าละเทขายกระจายกันแบบนั้น
ราคาร่วงลงมาจาก 50 กว่าบาท เหลือ 15-17 บาทภายในเวลาปีเดียว เจ็บหนักเจ็บใจ มันมีช่วงเวลาราคาดีดไปเท่าทุนช่วงเวลานึงแต่เรามั่นใจงบการเงินมากไม่ยอมขาย มาขายตอนเหลือ 17 บาาท เป็นไงละ Value investor เจ็บยอม cut loss ไปกำไรที่ได้มารวมทุนก็หายไปประมาณ 60%
เจ็บหนักสภาพจิตใจเสียหายหนักมาก อีกงอีโก้เริ่มหาย เริ่มสลาย คิดแต่ว่าเราทำอะไรลงไป 
หยุดเล่นหุ้นไปซักพัก ซ่อมแซมจิตใจ
ระหว่างทางที่หยุดเล่นไปเจอ Forex และแนวทางการเล่นของพี่ต้านแห่ง mudley world เค้าสอนดีมาก
แล้วกลับมาคิดว่าที่เราพลาด เพราะเรามือใหม่ และเราเผอิญโชคดี เหมือนเล่นหวยแล้วถูกรางวัล ซึ่งเราไม่รู้มาก่อนว่ามันมาจากความบังเอิญ มันบ่มเพาะให้เราพลาดเพราะอีโก้เรา
หลายๆอย่าางที่หนังสือที่เขียนเกี่ยวกับหุ้น เค้าไม่ได้บอกเรื่องการจัดการกับการขาดทุนและความเสี่ยงที่เราเจอ เค้าาบอกแค่กำไร กำไร กำไร เพื่อล่อเม่าอย่างเราให้ไปติดกับดักก่อน

พอศึกษาแนวทาง (risk management) เริ่มมองเห็นว่า ต่อให้เราเป็น Value หรือ technical investor เพียวๆ มันอยู่ในตลาดทุนไม่ได้ยืนยาวหรอก ถ้าเราไม่เข้าใจความเสี่ยง
ความเสี่ยงสำคัญที่สุดในการเล่นลงทุนในตลาดทุนทุกๆอย่าง
เราจะจำกัดความเสี่ยงที่เกิดขึ้นให้น้อยที่สุดต้องทำอย่างไร เราไม่จำเป็นกำไรเยอะมากมาย

ถ้าเราเอากำไรเยอะแต่เราไม่รู้่จักความเสี่ยงมันก็คือการพนัน เงินต้นของเราทั้งหมดอาจจะหายไปได้เช่นเราไปเล่นหุ้นปั่นดังที่ข่าวออกบ่อยๆ
มันไม่ใช่การลงทุนมันเป็นการเก็งกำไรและพนันแบบบ้าคลั่ง

ความเสี่ยงในการเล่นหวยมากกว่าเล่นหุ้นโดยหลักหลักคณิตศาสตร์ง่ายๆ

เคยได้ยินคำว่า คนจนเล่นหวยคนรวยเล่นหุ้น กันบ่อยๆ ใช่ไหมครับ
เหมือนจะเป็นคำประชดของคนเล่นหวย(หรือข้ออ้างที่ความรู้ในเรื่องหุ้นไม่เพียงพอ) ถ้ามองในมุมแบบนั้นก็เหมือนจะเป็นจริง เพราะ คนรวยมีเงินเค้าซื้อทรัพย์สิน (asset) ที่นานวันไปมีแต่เพิ่มมูลค่าในระยะยาว เค้าถึงรวยเอารวยเอา
แต่ถ้าคนจนซื้อหวยมันคือการพนัน เสี่ยงโชค โอกาสในการถูกรางวัลน้อยมาก แต่เงินต้นที่ซื้อหวยไปมันคือ 0 เมื่อหวยไม่ถูกรางวัล
ถ้ามองในเรื่องความเสี่ยง (Risk) ในวิชาคณิตศาสตร์ ผ่านหัวข้อ ความน่าจะเป็น (Probability) โดยทำการทดลองโดยใส่เงินครั้ง 2500 ต่องวด เดือนหนึ่งมี 2 งวด วัดกันเลขท้ายสองตัว (เล่นหวยใต้ดิน) กับหุ้นใหญ่ตัวหนึ่งในธุรกิจอาหารทีใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ของเจ้าสัว C โดยตอนนี้มูลค่าหุ้นละ 25 บาท
1. หวย ความน่าจะเป็น รางวัลเลขท้ายสองตัว คือ 1 ต่อ 100 คือ 1% ในการซื้อต่อ 1 ครั้ง สมมติเราซื้อหวยใต้ดินเลขท้ายสองตัวครั้งละ 2500 บาท โดยซื้อหวยใต้ดิน ที่อัตราจ่ายการถูกรางวัลตรงๆที่ 1 ต่อ 60 บาท ถ้าถูก 2500 บาท จะได้เงินรางวัล 150000 บาท
2. และเงินอีกก้อนเราจะลงงวดละ 2500 บาทลงในหุ้น C ของเจ้าสัวพร้อมกับหวย เพื่อเปรียบเทียบผลการทดลอง
3. ถ้าใช้คณิตศาสตร์อย่างง่ายๆเลยนะครับ ซื้อหวย 100 ครั้งจะต้องถูกซักครั้ง จำนวนเงินที่ลงไป คือ 2500 คูณด้วย 100 ครั้ง ก็เท่ากับ 250,000 บาท แต่ได้ผลลัพธ์คือเงินรางวัล 150,000 บาท
สรุปขาดทุน 100,000 บาท!!!!!!!
4. แต่ถ้าเราลงทุนในหุ้น C เป็นเงิน 2500 ทุกๆงวด สมมติ ราคาหุ้นตกไปเรื่อยๆ จากราคา 25 บาท สมมติคิด 100 งวดของหวยคือ 50 เดือน (2 งวดคือ 1 เดือน) เหลือ 10 บาท ราคาต้นทุนของหุ้นตัวนี้ที่เราถัวเฉลี่ยไป จะเหลือ ไม่ถึง 20 บาท อาจจะสมมติเหลือ 18 บาท ซึ่งเราจะขาดทุนแค่ 250000-180000 = 70000 บาท
5. ถ้าเปรียบเทียบแล้วการขาดทุนหุ้นน้อยกว่าหวย แต่ถ้านึกถึงเงินต้นที่สูญเสียไปแล้ว ความเสี่ยงของหวยเงินต้นคือศูนย์หมด ซึ่งหุ้นใหญ่ๆที่เราลงทุนไป มันไม่ใช่ศูนย์ เราสามารถขายเอาเงินสดมาได้ ตาาม ราคาหุ้น ณ ตอนนั้น อาจจะได้กำไรเกิน 10-20% ก็ได้
6. ความน่าจะเป็นของหวย มันไม่ใช่ซื้อเลขเดิมทุกครั้ง 100 งวดแล้วมันจะถูก 1 ครั้ง เพราะมันสามารถออกเลขเดิมก็ได้ แต่ทุกครั้งที่ซื้อแล้วไม่ถูกเงินต้นก็เสียไปหมดตาางจากหุ้นเงินต้นยังอยู่ราคาอาาจจะลงบ้างในระยะสั้น แต่ระหว่างทางหุ้นใหญ่ๆมีกำไรเค้าจะให้ปันผลออกมาเป็นตัวเงิน 
7.กำไรที่ได้จากหุ้นมันอาจจะไม่ได้เป็นตัวเงินเป็นก้อนๆ  แบบหวย แต่ถ้าดูความน่าจะเป็นแล้วโอกาสมูลค่าของเงินเราที่ลงไปมันมีโอกาสเพิ่มมากกว่าหวย
8. มันจะดีกว่าไหม ถ้าเราเลิกเล่นหวยแล้วเอาเงินหวยมาลงหุ้นให้หมด หร้ืออยากเล่นหวยจริงๆก็ตั้งเป้า ว่าถ้าได้กำไรจากหุ้นก็เอามาซื้อหวยเสี่ยงโชค เผื่อจะถูกหวย 30 ล้าน

เหตุผลทำไมควรลงทุนในหุ้นมากกว่าทำธุรกิจส่วนตัว เพราะธุรกิจส่วนตัวสมัยนี้เหมือนการพนัน

ปัจจุบันหลายๆคนอยากเป็นเจ้าของธุรกิจ ค่านิยมไม่อยากเป็นลูกน้องใครกำลังมาแรง อยากเป็นอิสระทางการเงินกันเยอะขึ้นมาก หนทางนึงที่นิยมคือการทำธุรกิจ 

-แต่ใครจะรู้บ้าง การทำธุรกิจสมัยนี้แตกต่างจากสมัยก่อนมากมายนัก ธุรกิจดั้งเดิมที่อยู่มาเค้ามีทุนที่สะสมมาจากการทำธุรกิจหลายสิบปี ฐานลูกค้าก็แน่นเพราะค้าขายรู้จักกันมานาน 

-อีกอย่างพอเปลี่ยนมาเป็นรุ่นลูกมีการศึกษาระดับปริญญาตรีมากขึ้น เยอะขึ้นเห็นโลกเปลี่ยนมากขึ้นก็กลับมาพัฒนาให้ดีขึ้น หลายๆครอบครัวรุ่นลูกกลับมาพัฒนาแตกสาขาการทำธุรกิจมากขึ้น

-คนที่มีฐานการค้าและคนที่ไม่เคยทำธุรกิจ ก็มีความฝันอยากจะมาลองทำดูบ้าง เพราะค่านิยมอิสรภาพทางการเงินกำลังมาแรง

หารู้ไม่ธุรกิจสมัยนี้ถ้าทำแบบไม่มีีความรู้เหมือนเล่นพนันเด๊ะๆ

-สมมติคิดจะเปิดร้านขายกาแฟ หรือร้านเสื้อผ้า ต้องหาทำเล แล้วจ่ายค่าเช่าและมัดจำร้าน พอได้ที่ที่จะทำธุรกิจ ต้องซื้ออุปกรณ์และสินค้า ธุรกิจกาแฟก็ต้องซื้อเครื่องชงกาแฟ ธุรกิจเสื้อผ้าต้องเลือกซื้อเสื้อผ้าหลายๆแบบ ลงทุนทีหลักหมื่นถึงแสนหรือล้าน

-พอทำไปซักพัก ธุรกิจใหม่ๆต้องใช้เวลาหาฐานลูกค้า แต่ส่วนใหญ่ธุรกิจพวกนี้มีมากมายในตลาด ธุรกิจเดิมเค้ามีฐานลูกค้าอยู่แล้ว 

-พอทำธุรกิจไปต้องมีค่าใช้จ่ายต่อวัน เช่นค่าน้ำค่าไฟ ค่าลูกน้องที่ต้องจ่ายต่อวัน fix ไว้แล้ว

-เมื่อไม่มีลูกค้ามีแต่รายจ่าย หรือรายได้ไม่พอรายจ่าย ก็ขาดทุน 

-หลักการคล้ายการพนันเล่นไฮโซแทงว่าจะสูงหรือต่ำ เดาว่าจะทำธุรกิจถูกก็ได้เงิน ทำผิดก็เสียเงิน แทงไฮโลถูกก็ได้เงิน แทงผิดก็เสียเงิน
แต่ถ้าเราลองมาคิดกลับอีกด้าน จะดีกว่าไหมถ้าเราลองเปลี่ยนจากการทำธุรกิจมาลองลงทุนในหุ้น ซึ่งข้อดีข้อการลงทุนในหุ้นมันดีกว่าการทำธุรกิจหลายๆอย่าง ซึ่งความเสี่ยงเท่ากัน
ตัวอย่างข้อดีของการลงทุนในหุ้นที่ดีกว่าการทำธุรกิจ คือ
1. ใช้เงินลงทุนน้อยกว่าทำธุรกิจ การทำธุรกิจ อาจจะต้องใช้เงินหลักล้านกว่าจะได้ผลตอบแทนหลัก 10% ขึ้นไป แต่หุ้นอาจจะใช้หลักแสนก้สาามารถทำผลตอบแทนหลัก 10% ต่อเดือน
2. ลงทุนในหุ้น ไม่ต้องหาลูกค้า ไม่ต้องปวดหัวการหาลูกน้อง หรือเวลาลูกน้องไม่มี หรือไม่ได้ดั่งใจ
3. ไม่ต้องวิ่งไปหาลูกค้า หรือโดนลูกค้าบ่นต่อว่าเวลาไม่ได้ดั่งใจลูกค้า 
4. การลงทุน แค่หาความรู้ ฝึกฝนจิตใจให้นิ่งไม่หวั่นไหวต่อราคา กำหนดกลยุทธ์การวางแผนซื้อและขายหุ้น ไม่ต้องไปยุ่งวุ่นวายพัวพันกับคนหมู่มากเหมือนทำธุรกิจ แค่เราตั้งใจศึกษา ฝึกฝนตัวเราเองพอ
5. ความเสี่ยงในการทำธุรกิจอาจจะมากกว่าลงทุนหุ้นเพราะมีปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้เยอะกว่ามาก เช่น สภาพดินฟ้าอากาศ ตลาดการค้าที่แข่งขันกันสูง ทุนใหญ่กำลังกลืนกินทุนเล็ก

ลองพิจารณาดูกันนะครับ การลงทุนในหุ้นตอนนี้มีข้อดีกว่าการทำธุรกิจส่วนตัว (สำหรับคนที่ไม่มีฐานการค้ามาก่อนจากพ่อแม่) จริงๆครับ
ทั้งนี้ทั้งนั้นสิ่งที่เหมือนกันระหว่างหุ้นกับธุรกิจที่จะประสบควาามสำเร็จที่เหมือนกันคือ ต้องตั้งใจไม่ยอมแพ้ หาความรู้ศึกษาตลาดให้ถ่องแท้ ห้ามท้อเด็ดขาด ห้ามล้มเลิก ห้ามขี้เกียจ
ดังคำที่เค้าว่า ความสำเร็จเป็นของคนที่พยายามอย่างหนัก

วันพฤหัสบดีที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2560

คนจบ ป.4 เข้าใจการบริหารการเงิน (money management) มากกว่าคนจบปริญญาโท

ว่าด้วยเรื่อง วิชา Money management ที่นั่งอ่าน ดูคลิปใน youtube มาหลายวัน ใน forex , หุ้น และธุรกิจ ที่ ป.โท ป.เอกทำวิจัยเรื่องนี้ ซึ่งคนจบ ป.4 ไม่ได้เรียนสูงคิดได้ก่อนจากประสบการณ์ค้าขายจริงๆ
- Money management คือการบริหารเงินที่เรามีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์มากที่สุดในทุกเกมส์ธุรกิจ หุ้น การเงิน 


-หลักๆของ Money management คือ ใช้เงินเท่าที่มี ไม่กู้ยืม เพราะจะเพิ่มความเสี่ยงในการล้มเหลวสูง เพราะตลาดทุกอย่างคาดเดาไม่ได้ ห้ามประมาท ถ้าใครคาดตลาดได้คนนั้นรวยเป็นพันล้านไปแล้ว
-ก่อนที่จะใช้เงินลงทุน คิดก่อนว่าถ้าเกิดล้มเหลวหรือเหตุการณ์ร้ายแรงสุดๆ เราสามารถกลับตัวหรือเริ่มใหม่ได้ไหม
-ก่อนใช้เงินใช้สมองคิดก่อนว่ากลยุทธ์การเดินเกมของเราเป็นอย่างไร ได้เปรียบหรือเสียเปรียบอย่างไร
-ทุกธุรกิจถ้าเริ่มทำตอนนี้ก็คือการพนัน แทงสูงต่ำ เจ๊ง เสมอตัว หรือรวย ตลาดเปลี่ยนแปลงคาดเดาลำบากมากกว่าสมัยก่อน
-พอมีกำไรต้องเริ่มชักทุนออก ให้ใช้กำไรทำธุรกิจ ลงทุน เพราะอย่างน้อยเวลาเกิดเหตุการณ์คาดไม่ถึงเราจะเหลือทุนของเราไว้สู้ต่อ (พี่ต้าน Mudley Group คนไทยที่เป็น hedge fund manager ในอเมริกาบอกไว้)
- ทั้งหมดที่กล่าวมา ป๋าผมสอนตั้งแต่เด็กจนวันนี้ เพิ่งนึกได้มันคือ money management นี่หว่า
-เพราะป๋าผมพิสูจน์มาหมดแล้ว ว่า money management ใช้ได้จริง ส่งลูกเรียน จบโท วิศวะได้ ส่งไปเรียนออสเตรเลียได้ มีกิจการให้ดูแลสองกิจการ
ประสบการณ์การค้าขายสำคัญกว่าการเรียนทางวิชาการคุณว่าจริงไหม

วันจันทร์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

การเทรด forex สไตล์พ่อค้าและอดีตวิศวกร ตอนที่ 3 ข่าวเศรษฐกิจมีผลต่อ Forex มากที่สุด

-จากตอนที่ 2 เทพได้กระโดดออกจากร่างทำให้ ลบ 30 USD จากทุน 200USD คำถามผุดขึ้นในใจ เกิดอะไรขึ้น!! ทำให้ราคามันผันผวนมากขนาดนี้ ผันผวนต่อ 1 นาทีนี่เกิด 200-300% ได้เลย จะรวยหนือหมดตัวได้ในพริบตาเดียวเลยในโลกของ Forex
-คืนนั้นนอนไม่หลับ กระสับกระส่าย เหมือนมีความคิดว่าหุ้น IVL ตามมาหลอกหลอน เราทำอะไรผิดลงไป กลับมาย้อนดูที่ผิดพลาดคือ ข่าว! เราไม่ได้ดูข่าว 
-อ่านเจอทีหลัง ศาสดาเทรดเดอร์ทั้งหลายบอกว่า ข่าวมีผลต่อราคาอย่างสูงเป็นตัวทำให้ราคาขึ้นและลงแบบพริบตาได้ ข่าวเป็นเหมือนแรงผลัก เหมือนการเขย่าไฮโล ข่าวจริงข่าวหลอกผลประกอบการของหุ้นไทย ทำให้เกิดความคาดหวัง



- เอาละ ข่าวเศรษฐกิจดีราคาต้องขึ้น ข่าวร้าย ราคาาเงินใน Forex ที่ข่าวมีผลต่อลง ง่ายๆแค่นี้ ศึกษามาดี รอข่าาวแล้วค่อยเทรด เดี๋ยวก็ได้สบาย ง่าายจริงๆเลย
-เทรดโดยตามข่าว กำไรดีมากมายมาย เทรดเพลินเลยรู้หลักแล้ว
- แต่มีวันนึง มั่นใจมาก ข่าวเศรษฐกิจไม่ดีอังกฤษ ราคาต้่องลง Sell ไป แต่ซักพักมันขึ้น กระจาย เฮ้ย เกิดอะไรขึ้นวะ กลับไป refresh ข่าวใหม่ ตัวเลขเปลี่ยน จากร้ายกลายเป็นดี เหมือนระบบมันแกล้งเรา ใส่ตัวเลขผิดแล้วมาแก้
- อ่าาว มรึงหลอกตรู.....................................















วันอาทิตย์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

การเทรด forex สไตล์พ่อค้าและอดีตวิศวกร ตอนที่ 2 non farm กระชากเทพ

-Non farm payroll คือตัวเลขสำคัญที่สุดของอเมริกา คือการจ้างงานนอกภาคการเกษตร ทุกอาชีพ ยกเว้นเกษตรกรรม มีผลต่อความเชื่อมั่นเศรษฐกิจมาก ว่าจะดีหรือไม่
-อ่าว แล้วตอนเทรดทำไมไม่รู้ ทำไมเทพตอนจุติไม่เตือนผมบ้าง 
-ตอนนั้นทองอยู่ที่ 1201 ผมเก็งว่าจะลงต่อ เลย sell ได้กำไรก่อน 19.00 ที่จะประกาศตัวเลข non farm ลงทุน 50 usd ได้กำไรแต่ยังไม่ปิด ที่ 10 usd 



-พอประกาศ non farm ปุ๊บ ลงให้ชื่นใจก่อนได่กำไรไม่ปิด 20 usd เปิด order เพิ่มอีก 2 lot
-ชั่วพริบตาเดียวโดนลากไป 1210 ชิบหายแล้วววววววววววว กระพริบตา ติดลบ 120 usd 
-หน้ามืดใจสั่น ทุน 50 บวกกับเปิด lot เพิ่มกลายเป็นทุน 100 แต่ติดลบ 120 ความบรรลัยบังเกิด
-เหมือนใจสั่น องค์เทพจุติเหมือนกลัว ท่าทางอยากกระโดดออกจากล่าง ผมรีบสงบใจใช้สมาธิ แล้วบอกตัวเองว่าปล่อยไหลค้าบ
-เหมือนเทพจะดึงพลังฟ้าดินทำให้ทองลงมาเหลือติดลบ 60 แล้วเหมือนฟ้าหมุน เทพกระโดดออกจากร่าง หัวสมองผมเบลอ ไปหลายนาที หลับตา ปิด order ที่ลบ 60 usd
- เหมือนเทพจะกลับเข้ามาร่างใหม่ สั่งให้กด buy เหมือนรู้ว่ามันจะขึ้น เผอิญเทพเหมือนไปชาร์จพลังมาแล้ว ทองขึ้นต่อ
-ผมไม่ปิดออร์เดอร์ เพราะเชื่อมั่นในเทพและ sense พริบตาอีกแล้วมันลงไป -30 usd ชิบหายเปลี่ยน sell เป็น buy พลังเทพไม่ได้ช่วยอะไรเลย
-อยู่ดีดีฟ้าหมุน เทพกระโดดออกจากร่างไปเลย สติผมไม่อยู่เลยทำไงทีนี้ปิด order -30 ไปเลย ตายเป็นตาย
-พอปิดปุ๊บเทพออกจากร่างไป10 นาที ทองเันกระโดดขึ้นไป 1211 ถ้าถือไว้บวกอย่างน้อย 30 usd
-อ่าวที่สิงร่างผมอยู่ตอนนั้นคือเทพเจ้าแห่งความโง่รึ หลอกให้ตายใจแล้วกระทืบซ้ำ
-สุดท้ายวันนั้น -90 ได้กำไรมา 60 ติดลบ 30 ความมั่นใจหายไปหมด 
-ตั้งแต่วันนั้นรับรู้ถึงความโหดร้ายของโลก forex เข้าถึงแก่นเลย
-แล้วที่คนโชว์กำไร forex ว่าทำเงินง่าย นี่มึงหลอกกูนี่หว่าาาาาาา สาดดดดดดดดด

การเทรด Forex สไตล์พ่อค้าและอดีตวิศวกร ตอนที่ 1 เทพเจ้า Forex องค์ใหม่จุติ


-Forex ตอนแรกได้ยินครั้งแรก ไม่เข้าใจ ชื่อนึกว่าขายตรง!! แต่ลองไปดูใน google มันคือการเทรดค่าเงินของโลก มีคู่เงินให้เทรดทั่วโลก 

โอ้ว มันน่าสนุกนะ น่าจะให้หลักการเทรดเดียวกับหุ้น ดูกราฟ เทรดตามกราฟ ไม่น่ามีอะไรยาก ซึ่งส่วนตัวเคยซื้อขายหุ้นมาแล้ว เคยได้หุ้น 3 เด้ง DSGT วิเคราะห์งบการเงิน รออยู่ 3 เดือนทะลุ มา 3 เด้ง แต่ก็พลาด IVL ตัวนี้คืออัปยศในชีวิตเลย

-เคยอ่านเจอ หุ้นเจ้าของเป็นแขกอย่าไปยุ่ง แต่ผมไม่เชื่อมั่นใจ พังเลยค้าบบ ซื้อ 42 ผ่าน 2 ปีเหลือ 17 พัง......ขาดทุนมากกว่าที่ได้ DSGT มา

-เจ็บหยุดเล่นหุ้นมาหลายปี กลับมาทำธุรกิจที่บ้านซักพัก ลืมเรื่องหุ้นใช้เวลาเยียวยารักษาไป 6 ปี

-ปีนี้เพื่อนแนะนำให้รู้จัก Forex ตอนแรกไม่คิดเล่นปฎิเสธเพราะแผลเก่าฝังในใจ IVL ที่รักลืมไม่ลงเลย แต่ค้าขายช่วงนี้เศรษฐกิจเงียบ มีเวลาว่างกลางวันเล่นเกมส์ เบื่อเลยศึกษาและเล่น demo 

-เริ่มเล่นที่ ทองคำ เล่นครั้งแรก Demo มันส์มาก ยิ่งกว่าหุ้น โห!กราฟขึ้นลงภายใน 1 นาทีกำไรมากกว่า 20% เปิด Order ค้างไว้ไม่สนใจ ผ่านไปสองวันกำไร 100% (พอร์ท Demo )

-เล่นไป 1 เดือน ต้นทุน (demo) 1000 USD ได้ 4500 USD กำไร 450% โดยที่เล่นบ้างไม่เล่นบ้าง-
เทพเจ้า Forex ช่วงนี้องค์ลงขยันจุติรึ มาจุติที่ผมอีกคนนึง สบายละทีนี้


ย่ามใจ!!!!!!!!!!!! คิดในใจชะตาฟ้าลิขิตให้ผมแก้แค้น IVL ใน Forex ได้แน่ๆ เทพเจ้าแห่ง Forex จุติ สงสัยจะรวยร้อยล้าน พันล้านแล้ว..................ไปดูใน facebook google มีแต่เทพเจ้า Forex เต็มหน้าฟีดไปหมด หรือ Forex มันเล่นง่ายขนาดนั้น............เทพเจ้า Forex ช่วงนี้องค์ลงขยันจุติรึ มาจุติที่ผมอีกคนนึง สบายละทีนี้

-เดือนมีนา 2560 เติมเงินลงพอร์ทจริง 200 USD ใน Forex broker นึง ถึงแม้มั่นใจ แต่ลึกๆก็ไม่ประมาทเพราะหุ้นแขกทำผมเจ็บมาเป็นแสน....สาหัส เลยคิดว่าเติมแค่นี้ก่อน ถ้าเราเป็นเทพเจ้า Forex เดือนนี้ก็คงกำไรเป็น 1000 USD 

อีก 2 เดือนก็น่าจะคืนทุนทีี่ให้ IVL ไป เกือบ 3000 USD ขี้ๆสำหรับเทพเจ้า Forex ปรากฎว่่าเกือบโดนล้างพอร์ท 8 รอบ Oh my god!!!!........

-วันแรกเติมเงิน 200 USD  ไม่เข้าใจอะไรเลยทั้ง pip leverage หรืออะไร แค่ได้ยินว่ารักษาระดับ %margin ไม่ให้ต่ำกว่า 150% พอ ทีเหลือสบายปลอดภัย ลุยเทรดทองคำอย่างเดียวเลย

-อาทิตย์แรก เทรดมันมาก.....ได้กำไรมา 60 USD ภายใน 7 วัน.....เฮ้ย พลังของเทพเจ้าที่มาจุตินี่ดีจริงสบายแล้วโว้ยยยยยยยยยยยย 5555555 ในตอนนั้นคิดแบบนั้น ไม่ต้องดูข่าว ดูอะไรมากใช้ sense ที่เทพเจ้าประทานมาให้พอ

-มาเจอวันที่พลิกชะตา วันประกาศ non farm payroll เดือน มีนา 2560 วันนั้นทำให้หน้ามืดตัวสั่นเครียดครั้งแรกของโลก forex และเหมือนเทพเจ้าจุติลงมากระโดดหนีออกจากร่าง......



เปรียบเทียบผลตอบแทนและความเสี่ยงการซื้อแฟรนไชส์ร้านกาแฟระดับประเทศกับการลงทุนในหุ้น PTT

เชื่อว่าหลายๆท่านที่ไม่มีธุรกิจเป็นของตัวเอง ส่วนใหญ่จะมีความฝันอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองซักอย่างนึง อยากเป็นเจ้านายตัวเองไม่ต้องเป็นลูกน...