วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

การเทรด Forex แบบง่ายๆ simple trading

แบ่งปันประสบการณ์เทรดเริ่มต้นสำหรับคนที่เริ่มต้นเทรด Forex
ใช้ Simple griding trading ให้ชำนาญและให้อยู่รอดมีกำไรเหมือนค้าขาย
จะได้ชินกับการติดลบ มี drawdown ในมือ
เหมือนเปิดร้านเอาเงินสดมาซื้อของ stock ไว้
เลือกเทรดคู่เงินที่ discount หรือลดราคาลงมาเหมือนของ sale
โดยดูความน่าจะเป็นที่ timeframe week ถ้าราคาลงต่ำกว่าเส้นEMA188 หรือเส้น 200
แล้วไปดูแนวรับ
เปิด order แล้วรับทีละ 0.01 lot
มีเงิน 1000 USD เปิด 0.01 lot ได้ 4 ไม้
หาคู่เงินหลักๆ ไม่เอาคู่เงินรอง
เทรดแต่ฝั่ง buy ไปก่อน หา SWAP เป็นบวกหรือลบน้อยที่สุดเท่าที่ทำได้
อย่าเทรดสองฝั่ง มันจะ งงๆ แล้วเขวง่าย
หาความได้เปรียบในการเล่นเกมส์
ลงมือทำแล้วจะเห็นอะไร
ถ้าไม่ท้อก็จะเห็นช่องของโอกาสและการพัฒนา
เทรดแบบนี้ข้อดี มันไม่ต้องเดาราคาขึ้นหรือลง จะขึ้นเราก็กำไร
จะลงเราก็ได้ของถูกมาเก็บ stock รอวันปล่อยเหมือนค้าขาย
ตัวอย่างที่ได้ทำมาปีกว่า คุม DD <10% และ%win 98%
Key point คือ การรอ ต้องรอให้เป็น

วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

เมื่อผมเห็นเด็กคนนึงที่ขยัน

ตอนค่ำนั่งคุยกับเด็กที่เคยจ้างมาทำงานเพราะน้องเค้าอยากหางานทำ
แบกตู้ยกเตียงที่ร้าน 4 เดือน เมื่อ 4 ปีที่แล้ว
ก่อนที่เด็กจะเข้ามหาวิทยาลัย
มาวันนี้เด็กคนนี้กำลังจะจบมหาวิทยาลัยดังที่สุดในภาคเหนืออีกไม่กี่เดือน
ได้รับรู้ รับฟังแล้วชื่นใจ
น้องรับฟังและปฏิบัติตามที่สอนสั่งทุกๆอย่าง ที่สอนไปเมื่อตอนที่ทำงานกับผม
ว่าต้นทุนชีวิต วาสนาคนเราเกิดมาไม่เหมือนกัน บางคนเกิดมาโชคดี มีฐานจากพ่อแม่แบบพี่
แต่บางคนไม่มีอะไรเลย หนำซ้ำยังติดลบแบบน้อง
ทางที่จะทำให้มีเหมือนคนวาสนาดีได้ ต้องขยัน อดทน สู้ ห้ามท้อมากกว่าคนอื่น ~100 เท่า
ตลอด 4 ปี น้องหางานทำ ส่งตัวเองเรียน ทำงานได้เงินดีจนเพลิน
จนบางทีการเรียนตก ถัวเฉลี่ย 4 ปี ได้ เกรด 2.2
ผมก็บอกว่าดีแล้ว น้องเก่ง ขยัน พี่สมัยเรียนพี่ยังทำไม่ได้แบบน้องเลย
เชื่อมั่นตัวเองเยอะๆ น้องเก่งจริงๆ ขยันและอดทนเหมือนเดิม ฝึกให้เป็นสันดาน
ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยตอน ป.ตรี เป็นอะไรที่เหนือกว่าหลายๆคนแล้วละ
เกรดจะได้เท่าไร ไม่ต้องสนใจช่างมัน ขอให้จบก็พอ
เลยบอกน้องเค้าไปว่าอยากทำอะไร เดี๋ยวพี่จะแนะนำและช่วยสมทบทุนมาร่วมทำธุรกิจกัน
ขอให้ไปทำงานซัก 3~4 ปีหลังเรียนจบ สะสมประสบการณ์อีกหน่อย
เพราะพี่กว่าจะมาเป็นเจ้าของธุรกิจก็เป็นลูกจ้างเค้าเกือบ 10 ปี
แล้วมาคุยกัน ถ้า mindset น้องเหมือนเดิม
เห็นเด็กประเภทนี้ อยากสนับสนุนทุกคน
เดี๋ยวจะส่งเด็กอีกคนให้จบ ป.ตรี ถ้าสอบได้มหาวิทยาลัยรัฐดังๆได้
ตั้งใจไว้แล้ว
ผมชอบจ้างเด็กก่อนเข้ามหาวิทยาลัยมาทำงานนะ
แต่ตอนนี้มันเงียบเกิน นั่งเหงาหลับ
ถ้าเป็นเมื่อสามสี่ปีที่แล้ว จ้างสองคนสบายเลยละ
งานไม่เยอะเลยชะลอการจ้างไว้ก่อน

วันเสาร์ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

Poker กับการเทรดและทำธุรกิจ



ฝึก poker เพื่อยกระดับการตัดสินใจและความอดทนดีกว่า ย้ายเกมส์จาก pubg
ส่วนตัวไม่เล่นการพนันใดใดทั้งสิ้น ปีนึงแทงหวย ไม่เกิน 5 ครั้ง ไพ่นี่ไม่เคยแตะ ไม่ชอบ
ลองตัดอคติว่ามันเป็นการพนันและศึกษาวิธีเล่นและการพัฒนาตัวเอง
Poker เปรียบเสมือนการเทรดหุ้นและ forex 
ในต่างประเทศ เค้าให้ poker คือกีฬาเหมือนไพ่ bridge ถูกกฎหมาย แต่ในไทยเราคือการพนัน
เพราะ mindset คนไทยคือทุ่มสุดตัว
ทั้งๆที่ poker คือเกมส์ที่ใช้ความน่าจะเป็นทางคณิตศาสตร์
หาสมการต่างๆมาช่วย แบบ จอห์น แนชที่คิดค้นทฤษฎีเกมส์ขึ้นมา
Poker เริ่มต้นแรกๆผมก็เล่นหมดตัว(เงินปลอมๆไม่ใช่เงินจริง) เพราะไม่เข้าใจ
แต่พอเข้าใจนี่มันหลักการเทรดและทำธุรกิจเบื้องต้นเลยนิ
การเล่นเริ่มแรก จะมีการเปิดโต๊ะให้คนมาเล่น
ผู้เล่นจะได้แจกไพ่คนละสองใบ
เปิดดูไพ่ตัวเองและหาความน่าจะเปิดว่าจะชนะไหม
ไพ่ก็คือแต้มต่อเราจากการสุ่ม ดวงและวาสนา
มันเหมือนการทำธุรกิจ ไพ่ดี ก็คือวาสนาดี
พ่อแม่มีเงินสร้างฐานให้ 
เช่นเราเปิด ได้ คู่ A สองใบแรก
ความน่าจะเป็นที่เราชนะก็มีสูงขึ้น
พอแจกไพ่สองใบแรกเสร็จ
ผู้เล่นจะเริ่มวางเงิน 
ทั้งทุ่มสุดตัว หรือวางเงินขั้นต่ำไปก่อน
พอไม่มีใครวางเงินเพิ่ม
ผู้ดูแลโต๊ะจะเปิดไพ่ตรงกลางมาสามใบ
เราเอาไพ่สามใบมารวมกับไพ่ในมือเรา
ถ้าไพ่เราดีเช่นได้ ตอนแรกเราได้คู่ A 
เปิดไพ่กลาง 3 ใบ มี A 2 ใบ เราก็ได้ full house แต้มต่อเราเยอะ
เราก็ทุ่มเพิ่มถ้าเราเดาไพ่คนอื่นแล้วไม่ได้ดีกว่าเรา
แต่ช้าก่อนพอเราเผลอทุ่มหมดตัว
เปิดไพ่อีกสองใบมา
แล้วอีกคนได้รอยัลสเตรทฟลัช
เราก็หมดตัว
เหมือนการประเมินความเสี่ยงในธุรกิจ 
เราไม่รู้ว่าเวรกรรมหรือวาสนาเราจะซวยตอนนั้นหรือเปล่า 555
โอกาสเป็นไปได้น้อย แต่เราก็เจอ
พอเล่นได้เงิน เราต้องลดการทุ่มแทงเพื่อรักษาเงินเรา
ลดความเสี่ยง
เหมือนตอนนี้เศรษฐกิจ ปัจจัยในไทยไม่ดี 
เมื่อก่อนเราขายดี แต่ไม่เสมอไป
เราต้องลดความเสี่ยงเก็บเงินสด
ประเมินว่าเราจะทุ่มแทงการขยายเมื่อเทียบกับความเสี่ยงแล้วเราจะคุ้มไหม
หลักการมันคล้ายๆกัน
ปล. ไม่ได้สนับสนุนการเล่นพนันแค่แชร์ประสบการณ์เอาการเล่น poker มาประยุกต์ใช้กับการเทรดและธุรกิจ
กำลังไต่อันดับไปเรื่อยๆ
3 วันเล่นมา level up
เงินปลอมๆนะไม่ใช่เงินจริง
เมื่อประชากรเกิดน้อย เงินในระบบมีเท่าเดิม การค้าธุรกิจเราต้องแย่งเงินกัน
ตอนนี้ทุนใหญ่ และออนไลน์รุกเต็มตัว
เรากำลังเล่นเกมส์ poker กับ SMEs ดุเดือด


วันเสาร์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

เหตุผลในการลงทุนทองคำดีที่สุดในสภาวะเศรษฐกิจถดถอย

บทความนี้ มีข้อเท็จจริง (fact) กับความคิดเห็น (opinion) ผสมกันไป แต่ถ้าอ่านจบตัดสินใจว่าอยากซื้อทองหรือจำนำทอง ติดต่อร้านทองกิตตินะครับ แต่ถ้าอยากเปลี่ยนที่นอนเพราะนอนหลับไม่สนิท อยากนอนสบายไม่ปวดหลัง ติดต่อร้านเจริญผลเฟอร์นิเจอร์นะครับ
(เนื้อที่โฆษณาก็มา ช่วยๆกันทำมาหากิน 55)
--------------------------------------------------------------
มีเงินอยู่ก้อนนึง ไม่เยอะ จะลงทุนอะไรดีในสภาวะเศรษฐกิจถดถอยแบบนี้ ในจังหวัดกำแพงเพชร (จังหวัดอื่นอาจจะใช้แบบนี้ไม่ได้นะครับ เพราะเท่าที่สอบถาม จังหวัดท่องเที่ยว เช่นพัทยา ภูเกต หรือ จังหวัด EEC เศรษฐกิจยังดีและพอไปได้สบายๆเพราะเป็นเมืองท่องเที่ยว คนเยอะ)

ถือเงินเฉยๆมันก็ไม่งอกเงย มีแต่เสื่อมค่าเพราะเงินเฟ้อ

ครั้นจะไปซื้อตึกหรือ ที่ดิน ตอนนี้ก็แพงมากๆเพงเหลือเกิน ใช้เยอะมาก
ตึกแถวๆร้านผม ขายคูหาละ 6-7 ล้าน

ถามตัวเองในใจ ถ้าเราเป็นคนไม่เคยทำการค้า ไม่มีประสบการณ์ ทุนไม่เยอะ ไม่มีฐานลูกค้า ซื้อตึกจะมาทำการค้า จะทำการค้าอะไรให้ได้กำไรพอส่งตึก

จะไปลงทุนในหุ้นหรือ Forex กองทุนรวม หรือ Cryptrocurrency Bitcoin ก็ไม่มีความรู้มากพอ ลงทุนไปก็เหมือนการพนัน แทงไฮโล
ไปให้เค้ากินเงินจนหมด
(ทั้งๆที่มันไม่ใช่การพนัน มันเป็นการลงทุน เพียงแต่เราไม่เข้าใจเกมส์ทุนนิยมมากพอว่าเล่นกันยังไง ผมก็ยังไม่เข้าใจทั้งหมด ยังกากอยู่)

ถ้าพิจารณาตัวเลือกการลงทุนที่ดีที่สุด ถ้าเรายังไม่มีความรู้มากพอ ก็น่าจะเป็นทองคำ
ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่มีประวัติอย่างยาวนานเป็นพันๆปี เศรษฐกิจประเทศไหนยิ่งแย่ ทองคำในประเทศนั้นยิ่งสูง
ถ้าให้ยกตัวอย่างตอนนี้เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดคือ ประเทศเวเนซุเอล่า

ก่อนปี 2016 ทองคำในเวเนซุเอล่า อยู่ที่ 7000-14000 โบลิวาร์ต่อ 1 ออนซ์
พอวันนี้เกิดเฟ้อรุนแรง ทองคำตอนนี้ขึ้นไปที่ 100 ร้อยล้านกว่าๆโบลิวาร์
พุ่งไปหลายหมื่นเท่า

เหมือนตอนเกิด Hamburger Crisis ปี 2008 ที่เมกา
ทองคำไทยวิ่งจากหมื่นกว่าๆไปเป็น 26000 บาท

เศรษฐกิจดีดี ทองคำราคาจะนิ่งๆ แต่เมื่อเกิดวิกฤตเศรษฐกิจในอเมริกาหรือประเทศของเรา ไม่ช้าหรือเร็วทองคำก็ต้องวิ่งไปปกป้องเงินเฟ้อที่สูงขึ้น

ทองคำไม่ได้กำไรมากขนาดนั้น เพียงแต่ไปคานกับเงินเฟ้อ

การลงทุนในทองอยากแนะนำให้แบ่งเงินซื้อตามช่วง เป็น 10 ช่วง สมมติมีเงินเย็นๆ 200,000 บาท เช่น
ทองคำในประเทศราคา 19500 ต่อ 1 บาท เราก็ซื้อ 1 บาท ใช้เงิน 19500 บาท
ทองคำในประเทศราคา 19000 ต่อ 1 บาท เราก็ซื้อ 1 บาท ใช้เงิน 19000 บาท
ทองคำในประเทศราคา 18500 ต่อ 1 บาท เราก็ซื้อ 1 บาท ใช้เงิน 18500 บาท
ทองคำในประเทศราคา 18000 ต่อ 1 บาท เราก็ซื้อ 1 บาท ใช้เงิน 18000 บาท
ทองคำในประเทศราคา 17500 ต่อ 1 บาท เราก็ซื้อ 1 บาท ใช้เงิน 17500 บาท

สมมติ เราซื้อที่ราคา 17500 แล้วมันขึ้นไป 18000 บาทเราก็ขาย เก็บกำไรได้ 500 บาท ซื้อๆขายๆทำแบบนี้วนๆไปแต่ละช่วง
ทยอยเก็บกำไรมาเรื่อยๆ จะเอากำไรไปลงทุนซื้อทองหรือหุ้นหรือที่ดินอะไรก็ตามแล้วแต่เรา
ถ้าราคาต่ำกว่า 17500 เราก็รอ ไปซื้อที่ราคา 10000-15000 บาท
ส่วนที่ติดดอยก็รออย่างเดียว ไม่ขาย

ข้อดีของการลงทุนแบบนี้ คือ ราคาทองคำในไทยมันขึ้นกับตลาดโลกและเงินบาทไทยกับเมกา
ตอนนี้เงินบาทไทยต่อดอลาร์ มันคานกับราคาทองตลาดโลก
ราคาจะแกว่งแคบๆ ไม่น่าต่ำกว่า 17000 ต่อ 1 บาทในปีสองปีนี้
ข้อดีในการลงทุนในทองทีสำคัญ ที่ดีกว่าที่ดินมากๆคือ

สภาพคล่อง
เวลาเราซื้อทองแล้วติดดอย
แล้วเราเกิดต้องใช้เงินฉุกเฉิน ครอบครัวป่วย เราต้องรีบใช้เงิน
เราสามารถทยอยขายทีละบาท เอาเงินมาใช้ก่อนได้ในทันที ไม่ว่าเศรษฐกิจแย่แค่ไหนก็ตาม ทองยังขายได้เสมอ ใช้เวลาไม่กี่นาทีก็ขายได้

หรือถ้าไม่อยากขายเราก็เอาไปจำนำ เอาเงินมาหมุนก่อน
แต่ที่ดินทำแบบนั้นไม่ได้ ที่ดินถ้าจังหวะไม่ดีเศรษฐกิจไม่ดี
จะขายยากมาก ถ้าที่ไม่สวยมากพอและราคาถูกใจผู้ซื้อมากพอ
คนขายที่ไม่ใช่คนกำหนดเกมส์ในการเล่น

เหมือนตอนเวลานี้ ประกาศไปเป็นปีสองปี ยังไม่มีคนมาซื้อ มันช้ามากๆ
แต่ถ้าอยากได้เงินไวไว เราต้องยอมโดนกดราคา บางทีก็ต้องยอมขาดทุนมาก
ครอบครัวเรากำลังลำบาก ที่ก็ขายไม่ได้ ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน

ปล. ในกรณีที่จังหวัดเล็กๆเท่านั้นนะครับ ที่ดินเป็นตัวเลือกรองจากทอง
แต่ถ้าจังหวัดเชียงใหม่ ภูเกต กทม หรือ จังหวัดที่มี EEC
ผมยังมองว่าที่ดินยังเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจกว่าทองในตอนนี้

วันพุธที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2561

Mindset กับการเทรดโบรคเกอร์ออสเตรเลีย Psyquation

วันสองวันนี้ได้คุยกับโบรคเกอร์ออสเตรเลียผ่านตัวแทนไทยและ CEO psyquation ดร.ไมเคิล จบป.เอก จิตวิทยาทางการเงินมหาลัยชื่อดังผ่านทาง email กับโทรศัพท์

ตอนนี้มีคนไทย 6 คนที่ผ่าน ซึ่งผมก็ฟลุคผ่าน เพราะ ดร.ไมเคิล review เอง ผมไม่ได้ผ่านตัวแทนประเทศไทย
สงสัยประทับใจ Resume ผมอะดิ๊ 55

เลยมาแบ่งปันประสบการณ์ที่เค้าให้เงินทุนมา 10000 usd หรือสามแสนสองหมื่นบาทให้เราเทรดขั้นต้น ถ้าเราเก่งพอเค้าบอกเดือนเดียวก็รู้แล้ว
ถ้าผ่านไปถึงจุด Pro เค้าจะมีนักลงทุนระดับ 5 แสนเหรียญขั้นต่ำหลายๆคน อาจจะมากกว่าหลายล้านเหรียญมาเทรดตามเรา เราจะได้เงิน 20% ของกำไร

อย่าเพิ่งไปมองระดับบนสุด ตอนนี้ skill เรายังไม่ถึงแน่นอน มันต้องระดับโลกละ เราแค่กากของมดในโลกใบนี้

สิ่งแรกที่คุยและเค้าสอนเลยว่า mindset สำคัญ
Psyquation score คือตัวแทนคะแนน mindset และผลงานการเทรดของเรา

เค้าบอกว่าโปรแกรมนี้มีมานานละ ตอนแรกไม่คิดว่าคนไทยจะทำได้ เลยลองแหย่ในกลุ่ม Forex สองสามกลุ่ม และก็มีคนไทยผ่านขั้นตอนแรกก็น่าแปลกใจ
เหตุผลที่เค้าไม่คิดว่าจะเป็นแบบนั้น เพราะเค้าต้องการ การลงทุน คิดถึงความเสี่ยงในความไม่แน่นอนในโลกใบนี้ก่อน มากกว่ากำไร

กำไรมากๆในเฟสที่เค้าเห็นโชว์กัน เค้ามองว่ามันคือการเก็งกำไรแบบสุดขั้ว ไม่ใช่การลงทุน
(เค้ามองนะ ไม่ใช่ผมมอง เค้าบอกเอง)

เงินต้นต้องรักษา เพราะมันคือเครดิตของเราเอง
การฝึกวินัยบวกกับความเก่งในด้านกลยุทธ์และ mindset สำคัญมากๆในโปรแกรมนี้

ถ้ามองเป็นกลางในด้านผม เค้าไม่ห้าม bet นะ แต่ต้อง bet แบบสมเหตุและผลไม่เกินความเสี่ยงที่เค้าตั้งไว้
การคุม ego สำคัญมากๆ เพราะถ้าเงินยิ่งมาก เดาถูกเยอะ bet เยอะ ความเสี่ยงเงินของนักลงทุนก็จะตามมาอีกเยอะ

ประยุกต์กับการทำธุรกิจสมัยนี้
มันเหมือนกันเลย ต้องคิดถึงความเสี่ยงการล้มก่อนอันดับแรก
หาจุดได้เปรียบ

วันสองวันนี้ได้อ่านหนังสือ market wizard เป็นหนังสือที่ดีมากๆ สัมภาษณ์เทรดเดอร์ที่เก่งๆระดับร้อยล้านพันล้านus
แนะนำหนังสือเล่มนี้เลยใครเทรด forex มาซักพักจะเข้าใจความเสี่ยง
บางคนมีเงินเยอะมาก แต่เค้าบอกเค้าเปิดกองทุนบริหารเงินให้คนอื่น
เพราะเค้ามองว่าเค้าไม่มีความเสี่ยงในการเสียเงิน เค้ามีแต่กำไร
แต่เค้าบอกว่า ถ้าขาดทุนเค้าก็เสียเครดิตซึ่งมืออาชีพเห็นเครดิตสำคัญมากกว่าเงิน
ฉะนั้นเค้าถึงไม่อยากให้เงินคนลงทุนเสียมากที่สุดมากกว่าของตัวเอง
มันเป็นจิตวิญญาณและความรับผิดชอบขั้นสูงสุด

———————————————-
นั่งคิดกลยุทธ์เทรด จนปวดหัว เพราะเป็นครั้งแรกที่ได้บริหารเงินต่างชาติ
หาทางยิงกระสุน การหาตำแหน่งในการยิง
กดดันและมึนๆเหมือนกัน
คิดซับซ้อนมากไป
เทรดแบบเดิมเหมือนบริหารเงินให้กับครอบครัวเพื่อนๆนี่แหละ
ส่วนที่เหลือปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ละกัน

Basic is the best
ปล. เหมือนถูกโฉลกกับออสเตรเลียแหะ
เคยไปเรียนที่ซิดนีย์เมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว
ปีนี้มาเทรดให้ออสเตรเลียอีก

วันเสาร์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2561

ออกเดินเส้นทางใหม่ในอาชีพรับจ้างเทรด FOREX ให้กับโบรคเกอร์ออสเตรเลียของผู้เขียน เดือน มิย 2018


ผมได้เทรด Forex มาปีกว่า ได้มีโอกาสไปยื่นผลงานการเทรดของตัวเองกับ psyquation และ Axitrader

ทางโบรคเกอร์ออสเตรเลียสนใจ เลยติดต่อให้ผมผ่าน จะเริ่มให้ทุนเทรดสัปดาห์หน้า 10000 USD
ถ้าสามารถทำเป้าแรกที่เค้าตั้งไว้ได้ ก็จะเลื่อนระดับไปเรื่อยๆ

มากสุดเค้าอาจจะให้บริหาร 1 ล้าน USD

ดูเหมือนทางฝรั่งเค้าจะไม่เน้นกำไร เค้าเน้นความเสี่ยงของเงินต้นไม่สูญหาย
กำไรพอประมาณ ไม่ overtrade

ใครสนใจ ของผูกพอร์ท MT4 กับเวบ www.psyquation.com

เรามาลองล่าเงินฝรั่งและดูดความรู้ mindset ของเค้าดีกว่า






วันจันทร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

เมื่อเกิดวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ทั้งโลก สินทรัพย์ไหนจะปลอดภัยต่อเงินเฟ้อมากที่สุด โดยมองผ่านเวเนซูเอล่า.......

ตอนนี้เรามักจะได้ยินเรื่องเศรษฐกิจไม่ดี เงินฝืดกันมากผิดปรกติ ถ้าได้สังเกตตามร้านค้า ชาวบ้านทั่วประเทศ
มีหลายๆคนบ่นเรื่องเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ ข้าวของแพง แต่หาเงินแต่ละบาทยากเหลือเกิน
เงินหมื่น ใช้แปบเดียววันเดียวก็หมด แต่จะหากำไรเงินหมื่นใช้เวลาเป็นเดือนสองเดือน
พ่อค้าแม่ค้า คนทำธุรกิจเล็กๆถึงกลาง จะรู้สึกว่าเงินหายากจริงๆ
ที่จริงถ้ามองเป็นกลางๆ สาเหตุคือ โลกเปลี่ยนไป คนอยากเป็นนายตัวเองมากขึ้นเลยกระโดดเข้ามาในวงการค้าขาย
บวกกับโลกที่เปลี่ยนไปมากขึ้น ต่างชาติสามารถมาค้าขายในไทยได้มากขึ้น
เหมือนมีเค้กอยู่ก้อนนึง มีคนมาแย่งกินเค้กกันมากขึ้น ทำให้ส่วนแบ่งแต่ละคนน้อยลง

ช่วงนี้ทำให้มีข่าวคราวเรื่องจะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ในไทย ออกมาเต็มเฟส เต็ม line กันไปหมด 
ผมเลยสงสัยว่าถ้าเกิดวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ สินทรัพย์อันไหนจะทำให้เราปลอดภัยมากที่สุด
มาค้นข้อมูลของเวเนซูเอล่า ตอนนี้เป็น case study อย่างดีเลยครับ
อย่างที่รู้ๆกันตอนนี้เวเนซูเอล่า เกิดวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ในประเทศเรื่องเงินเฟ้อแบบรุนแรง หรือเรียกว่า hyperinflation และเงินฝืดผสมปนเป
เราจะไม่พูดถึงสาเหตุที่เกิด เพราะมีหลายปัจจัยทั้งภายในประเทศและนอกประเทศ วิเคราะห์อันไหนก็ถูกหมด เพราะปัจจัยเป็นร้อยมารวมกันก็เกิดวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่
ตอนนี้ คนเวเนซูเอล่าทำงานได้เงินเดือน 1 ล้านโบลิวาร์ แต่ไข่ไก่ 6 ฟอง ราคา 1.5 ล้านโบลิวาร์
เท่ากับว่าทำงาน 1 เดือน ซื้อไข่ไก่ ได้ 9 ฟอง
โหดร้ายมากๆครับ

ถ้าสมมติว่าเกิดเงินเฟ้อแบบนี้ในประเทศไทย เราจะทำอย่างไรกันดี ไม่มีใครตอบได้ว่าจะเป็นแบบเวเนซูเอล่าไหม
บางคนบอกว่าไม่มีทางเพราะเศรษฐกิจกับปัจจัยของไทยคนละอย่าง แต่บางคนบอกว่ามีโอกาสเพราะตอนนี้โลกเรามีสงครามการค้าระหว่างอเมริกากับจีน
ถ้าไทยตามไม่ทันโดนลูกหลง โลกเปลี่ยนไปไวปรับไม่ทัน ก็อาจะจะเกิดโศกนาฎกรรมแบบเวเนซูเอล่า 

เราไม่รู้อนาคตว่าจะเป็นแบบนั้นหรือไม่ แค่เราสามารถวางแผนเตรียมรับมือได้ในอนาคต ถ้ามันเกิด
สินทรัพย์อะไรละที่จะปกป้องเราให้พ้นจากเงินเฟ้อแบบรุนแรงในตอนนั้นได้

ที่ดิน???? 
ตอนนี้คนเวเนซูเอล่ากำลังจะย้ายออกนอกประเทศเพราะค้าขายไม่ดี เงินเฟ้อรุนแรงอย่างมาก
ถึงตอนนั้น เรามีที่ดินอยากจะขายเพื่อเอาเงินไปกินใช้เพื่อประทังชีวิต แต่ตอนนั้นเมื่อเกิดวิกฤตเศรษฐกิจไม่มีมีใครอยากซื้อที่ดิน
เพราะซื้อไปแล้ว จะทำธุรกิจอะไรได้
ถ้าจะขายก็นอกจากนายทุนมาซื้อ แต่ถึงตอนนั้น นายทุนจะกดราคาให้ต่ำที่สุดเพื่อให้ได้ของดีที่สุด
เอาตรงๆ ถ้าเราเป็นนายทุนเราก็ต้องกดราคาเพราะจังหวะมันได้ ใครอยากจะซื้อของแพง จริงไหมครับ
โลกเรามันโหดร้ายแบบนี้แหละครับ

ทองคำ?????
ตอนเศรษฐกิจพอไปได้ ปี 2007-2017 ราคาทองคำในเวเนซูเอล่า จะอยู่ที่ราคา 7600-14000 โบลิวาร์ต่อ ทองคำ 1 ออนซ์ ราคาไม่ค่อยไปไหนหลายๆปี
แต่พอเกิดวิกฤตเศรษฐกิจตั้งแต่ต้นปี 2018 ราคาทองคำวิ่งกระฉูดไป ที่ 101 ล้านนนนนนโบลิวาร์
ที่จริงทองคำไม่ได้มีกำไรขนาดนั้น แต่ทองคำคือตัวปกป้องเงินเฟ้อได้ดีที่สุด เพราะของกินของใช้ ค่าครองชีพ เพิ่มมากขึ้นตามเงินเฟ้อ
ทองคำก็วิ่งไปปกป้องเพื่อคานอำนาจกันกับเงินเฟ้อ
ถึงตอนนั้นถ้าเรามีทองคำกับที่ดิน ถ้าจะขายให้ได้ราคาดี เราขายทองคำง่ายกว่าถ้าเราจำเป็นต้องเอาเงินมากินมาใช้
ทองคำมีราคาตามตลาดโลก มีความต้องการสูง ขายได้ทุกวันตามราคากลางของแต่ละประเทศที่ผูกกับตลาดโลก
เราทยอยขายที่ละบาทหรืออนซ์ ไม่ต้องขายหมดก็ได้ เผื่อเงินเฟ้อยังเฟ้อไม่หยุด ทองคำก็วิ่งไปที่ราคาสูงต่อได้อีก ตามรูปข้างล่าง



ตลาดหุ้น?????
ตอนเกิดวิกฤตเวเนซูเอล่าที่เงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น ปี 2016-2017 ตลาดหุ้นยังสามารถทำจุดสูงสุดได้ต่อเนื่อง 
ยังไม่ตกมารุนแรง
แต่พอเมื่อราคาขึ้นไปจุดสูงสุดที่ดัชนีตลาดหุ้นเวเนซูเอล่า 120,000 จุด เมื่อกลางปี 2017
หลังจากนั้นก็ตกมาแบบรุนแรง เหลือ 300 กว่าจุด ตกแบบโลกจะแตก ไม่กี่วันแบบเปิด GAP เลยครับ
โหดร้ายจริงๆ ดังรูปข้างล่าง
ถามว่าตอนนั้นมีใครรู้ไหม ว่าจะเกิดแบบนี้ ผมว่าต้องมีคนรู้เยอะและตอนนั้นก็กลัวตลาดหุ้น
คำถามว่าเงินเฟ้อเริ่มพุ่งเศรษฐกิจเริ่มแย่มากๆตั้งแต่กลางปี 2016 แล้วทำไมหุ้นยังขึ้นละ
ถ้าคำนึงถึงผลประโยชน์ ตอนนั้นใครๆในเวเนซูเอล่า ก็รู้ว่าต้องตก แต่ทุนใหญ่จะขายหุ้นใครละ
ก็ต้องล่อเม่าไปซื้อของที่ทุนใหญ่มีก่อนดีกว่าไหม? เค้าจะได้ปลอดภัย
เราทุกคนมีความเห็นแก่ตัวอยู่แล้ว



จากข้อความข้างบน จะเห็นได้ว่าสินทรัพย์ที่ปกป้องเงินเฟ้อตอนเกิดวิกฤตเศรษฐกิจที่น่าสนใจที่สุด น่าจะเป็นอันไหนนะครับ

ถ้าเราเป็นทุนใหญ่มันง่ายมากเลย ที่จะวางแผนหลายๆสินทรัพย์เพื่อป้องกันเงินตัวเอง
แต่น่าเสียดายเราเป็นทุนเล็กๆในวัฏจักรของโลกเมือเกิดวิกฤตเศรษฐกิจขึ้นมาที่ไร 
เราไม่ใช่เทวดาหรือผู้หยั่งรู้ฟ้าดิน ดังนั้นเราจะโดนผลกระทบก่อนคนแรกๆ 
เราต้องวางแผนให้ดีดี เพื่อครอบครัวและคนที่อยู่ข้างหลังเราในอนาคต

เสริมอีกนิดนะครับ แชร์ประสบการณ์การลงทุนของตัวเองนะครับ

ส่วนตัวผมทำธุรกิจค้าปลีกเฟร์นิเจอร์และครอบครัวที่บ้านทำร้านทองเล็กๆๆในเมืองเล็กๆ
ประสบการณ์การลงทุนของผม ก็มีตั้งแต่ ซื้อขายที่ดิน ให้เช่าที่ดิน บริหารการลงทุนทองแท่งให้ที่บ้าน
ลงทุนหุ้นในเมื่อปี 2010 ดีบ้างเสียบ้าง เพราะเมื่อก่อนเรามีอีโก้ ตอนนี้ดีขึ้นเยอะ 
ปีที่แล้วก็ลองเทรด Forex ก็กำไรพอได้
ลงทุนแบบพอเพียงนะครับ เน้นจำกัดความเสี่ยง ลดความเสี่ยงให้น้อยที่สุด
เนื่องจากผมค้าขายเล็กๆ ทุกวันจะพบเจอคนหลากหลาย 
ปีสองปีหลังนี่เจอแบบ มีคนเดือดร้อนเรื่องเงินมาก เอาที่มาจำนองกับผม
แต่ผมไม่ค่อยรับเพราะเมื่อก่อนรับแล้วมีแต่ปัญหาเราเป็นคนใจอ่อน เสียเปรียบตลอด

ส่วนใหญ่ปัญหาเดิมๆของคนที่เดือดร้อนตอนนี้คือ ไม่เตรียมตัวตอนวัยหนุ่มสาว คิดว่าเราเก่งอะไรก็ดีเหมือนเดิม
คิดว่าเก็บเงินไรหนักหนาไม่รู้ตายวันตายพรุ่ง แต่ถ้าเราไม่ตายไม่มีเงินนี้โลกโหดร้ายแน่ๆ
ไม่คำนึงถึงความเสี่ยงในอนาคตที่เราไม่สามารถรู้ได้
สิ่งที่ดีในอดีต ไม่ได้การันตีอนาคตว่าจะเหมือนเดิม
เดี๋ยวก็ขายดีเหมือนเดิม เดี๋ยวก็ได้เงินเหมือนเดิม เดี๋ยวก็มีงานทำเหมือนเดิม เลยประมาทไม่เตรียมพร้อม
เพราะคำว่าเหมือนเดิม เจอเหตุการณ์สะเทือนใจเรื่องเงินหลากหลายมากเลยครับ
เจอแบบอายุ 40-60 ปี ในช่วงปีสองปี เพราะเศรษฐกิจการค้าตกต่ำลง
เจอคนอายุ 30-35 ปีกู้เงินธนาคาร 10-30 ล้านภายในปีสองปีก็ไปไม่ไหว
ทุกวันนี้ได้แต่ปลงและคอยเตือนคนรู้จักรุ่นใหม่ๆไม่ให้ประมาทกับความเสี่ยงครับ
โหดจริงๆนะครับ ถ้าตอนอายุเยอะเราไม่มีเงิน

วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

เราถูกสอนมาผิดๆหรือไม่

เราถูกสอนระบบทุนนิยมมาตั้งแต่เกิด ว่าดีที่สุด โดยฝรั่งเอาความคิดนี้มาเผยแผ่ทั้งๆที่มันหลอกเรา ดูอย่าง warren buffet และ เจ้าของ amazon ใช้ชีวิตโคตรพอเพียงเมื่อเทียบกับรายได้และกำไรเค้า
ระบบนี้ สอนให้เค้ารีบกินรีบใช้ เพื่อให้เกิดผลผลิต (productivity) บริโภคกันเยอะๆ เศรษฐกิจจะได้หมุนเวียน
ช่วงแรกๆมันจะดีเพราะประชากรโลกเติบโตขึ้นเยอะ การกินใช้มากขึ้น
แตหลังจากนี้หลายๆประเทศประชากรเริ่มเกิดน้อยลง
มันจะเหมือนเดิมไหมก็น่าคิด
เหมือนฝรั่งจะใช้ระบบทุนนิยม มาเป็นมหาเวทย์ดูดดาวของนิยายกระบี่เย้ยยุทธจักร ดูดเงินทุกคนมาใช้หนี้แทนมัน
ถ้าได้ลองเทรด Forex จะเห็นเลย ว่าเค้าเล่นเกมนี้กันยังไง
โหดสาดสาดเลยละ
ประเทศไหนไม่ทันเกมก็จนลงๆจนลง เช่นเวเนซุเอล่า อาร์เจนติน่า กรีซ กำลังตามมาด้วยตุรกี
เงินเดือนเวเนซุเอล่า 1 ล้านต่อคน แต่ไข่ไก่ 6 ฟองราคา 1.5 ล้าน
แต่ที่โหดร้ายกว่าเดิม เราถูกสอนให้มีความคิดประชาธิปไตยเต็มใบ คนไม่ทำงานก็มีสิทธิ์ออกเสียงเท่ากัน
ทำไมจีนถึงไปไวกว่าอเมริกาเพราะเค้าคุมสิ่งที่ควรจะคุม ประชากรเค้าเยอะ เค้าคุมเฉพาะการเมืองและกฎ แต่การค้าจีนรู้ดีกว่าให้อิสระการค้ากับคนจีน แถมสนับสนุนด้วยเพื่อไปตีเมืองขึ้น แต่ถ้าคนมีเสรีภาพมากเกินไปจะเกิดกรณีที่คนเรามีอีโก้คิดวาตัวเองถูก ใครทำอะไรไม่ถูกใจก็รวมหัวกันลุกหือ ทั้งๆที่ต้องดูกฎว่าถูกหรือไหม แต่ถ้สเศรษฐกิจดี คนจีนรวยขึ้น เค้าจะไม่ยุ่งเรื่องการเมือง เพราะเค้าอยู่รอดแบบสบายๆ
สุดท้ายแก้ไขอะไรไม่ได้หรอก เพราะเป็นสัจธรรม ก็หาทางรอดเตรียมรับมือระเบิดลูกแรกกันดีกว่า ไม่รู้ว่าเมื่อไร แต่เกิดแน่ๆ
ถ้าให้เปรียบเทียบ เหมือนเราไปกู้แบงค์ 10 ล้านบาทมาขายของแต่ขายของขาดทุนทุกเดือนแต่ขาดทุนน้อยหน่อย ก็กว่าจะล้มก็อีกนาน อาจจะเป็น 10-15 ปี
ขาดทุนมากหน่อย ก็ไปไวหน่อย
แต่ถ้าทำแล้วมีกำไร ก็ไม่ล้ม อยู่รอดสบายๆ
แต่ปัญหาที่สำคัญคือปัจจัยภายนอกที่มารุมเราตอนนี้มันเยอะมากเหลือเกิน และเราคุมไม่ได้ด้วยซ้ำ ความเสี่ยงมันมากขึ้นเหลือเกินในโลกตอนนี้และตลอดไป

วันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

เลือกลงทุนหุ้นอย่างไรในภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น

คำว่า ดอกเบี้ย หลายๆคนที่ได้ยินจะรู้สึกแตกต่างกัน บางคนได้ยินแล้วชอบ รักดอกเบี้ย เพราะเป็นฝ่ายให้กู้ เช่น ธนาคาร หรือนายทุน
แต่ส่วนใหญ่ฟังแล้วรู้สึกตัวร้อน เครียด เบื้ออาหาร ป่วยง่าย ไม่ชอบคำว่าดอกเบี้ย เพราะเป็นฝ่ายฝั่ง ผู้กู้ เช่นคนส่วนใหญ่กู้เงินซื้อรถซื้อบ้าน
ดอกเบี้ย ส่วนใหญ่จะขึ้นๆลงๆตามวัฏจักรของเศรษฐกิจ
ตามหลักเศรษฐศาสตร์เราร่ำเรียนกันมา เศรษฐกิจและเงินเฟ้อต้องอยู่ระดับพอดี ไม่สูงหรือต่ำเกินไป
เศรษฐกิจไม่ดีเงินฝืด ก็ต้องหาทางลดดอกเบี้ยของธนาคารกลาง เพื่อดึงดูดผู้กู้ให้มากู้เงิน นำไปลงทุนเกิดการจ้างงาน และมีเงินหมุนเวียนในระบบมากขึ้นทำให้เศรษฐกิจโตมากขึ้น แก้ปัญหาเงินฝืด
ในทางกลับกันเศรษฐกิจโตไวเกินไป เกินควบคุม ธนาคารกลางจะต้องลดความเร่งในการเติบโตเศรษฐกิจโดยการขึ้นดอกเบี้ย 
เมื่อดอกเบี้ยมากขึ้น ทำให้ผู้กู้คิดหนักก่อนจะกู้ เพราะดอกเบี้ยมากขึ้น มีผลทำให้จำนวนผู้กู้ลดลง ให้เข้าสู่สภาวะสมดุล
ณ วันนี้ อเมริกาเริ่มเพิ่มดอกเบี้ย เพราะนโยบายที่ผ่านมา เริ่มแก้ปัญหาการจ้างงานของอเมริกาได้ดีขึ้น คนมีงานทำ เงินเฟ้อเริ่มโตตามเป้าหมาย
อเมริกาต้องควบคุมเงินเฟ้อไม่ให้สูงเกินไป ให้ค่อยเป็นค่อยไปตามที่ควรจะเป็น โดยค่อยๆเพิ่มดอกเบี้ยไปทีละขั้น 
แล้วมันเกี่ยวยังไงกับดอกเบี้ยไทย
การเชื่อมโยงนโยบายการเงินของไทยกับนโยบายการเงินของโลกที่ดอกเบี้ยกำลังเป็นขาขึ้น
ซึ่งจะส่งผลต่อส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย เช่น หากอเมริกาขึ้นดอกเบี้ยจนสูงกว่าไทย เงินทุนก็มีโอกาสไหลกลับไปที่สหรัฐฯ เพื่อไปหาผลตอบแทนที่สูงกว่า
ฉะนั้นเมื่อดอกเบี้ยโลกเริ่มขาขึ้น ทางธนาคารแห่งประเทศไทยอาจจะพิจารณาเพิ่มดอกเบี้ยในไทยมาขึ้นด้วย
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ธนาคารแห่งประเทศไทย ต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายๆด้านก่อนทำการขึ้นดอกเบี้ย เช่น ผลกระทบเงินทุนไหลออก เศรษฐกิจไทยระดับรากหญ้าถึงระดับบน
ต้องชั่งน้ำหนักว่าข้อดีมากกว่าข้อเสียอะไรบ้าง 

แล้วถ้าดอกเบี้ยอเมริกาขึ้นมากขึ้นละ แต่ดอกเบี้ยในไทยยังคงที่ จะมีผลกระทบกับบริษัทในตลาดหุ้นไทยยังไง
แน่นอน ถ้าบริษัทในตลาดหุ้นไทย กู้เงินต่างประเทศไปลงทุน ดอกเบี้ยส่วนใหญ่คิดตามอเมริกา เมื่อดอกเบี้ยเพิ่มมากขึ้น ต้นทุนก็สูงขึ้น
เมื่อรายได้เท่าเดิมแต่ต้นทุนสูงขึ้น ทำให้กำไรลดลง

แต่ถ้าถ้าดอกเบี้ยอเมริกาขึ้นมากขึ้นละ และดอกเบี้ยในไทยเพิ่มขึ้นในอัตราความเร็วที่เท่ากัน (แนวโน้มในอนาคตจะเป็นแบบนั้น)
มีผลกระทบบริษัทในตลาดหุ้นไทย ที่กู้เงินในประเทศและต่างประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

สมมติกู้เงินมา 100 ล้านบาท ดอกเบี้ยเพิ่ม 1% จะทำให้ต้นทุนเพิ่มมากขึ้นอีก 1 ล้านบาท

แล้วเราจะลงทุนอย่างไรในสภาวะดอกเบี้ยขาขึ้นแบบนี้ 
1. ถ้าเป็นบริษัทที่ไม่เกี่ยวกับการเงิน หลักทรัพย์ หรือ ประกันภัย เราต้องเลือกลงทุนในบริษัทที่มี อัตราหนี้สินต่อทุน (Debt/Equity, D/E) ต่ำ ไม่ควรเกิน 1.5-2 เพราะ หนี้สินต่อทุนต่ำ แสดงว่ากู้เงินมาไม่เยอะ
ถ้าดอกเบี้ยขาขึ้นจะทำให้หนี้สินจากดอกเบี้ยเพิ่มมากขึ้นแต่ถ้าบริษัทบริหารต้นทุนดีดีอัตราส่วน D/E จะไม่สูงผิดมากจนผิดปกติ

ที่มาข้อมูล http://bidschart.com/financialList

2. วิเคราะห์งบการเงินและกำไรขาดทุน เลือก ลงทุนในบริษัทที่มีกำไรสม่ำเสมอ มีปันผลทุกๆปีเพื่อลดความเสี่ยงในเรื่องของราคามูลค่าหุ้น เมื่อเงินทุนไหลออกนอกไทยเพราะอเมริกาขึ้นดอกเบี้ย
3. และแน่นอนลงทุนให้กลุ่มธนาคารและเจ้าหนี้ที่ให้กู้ เช่นกลุ่มลิสซิ่ง ประกันภัย บริษัทหลักทรัพย์ เป็นต้น
เนื่องจากดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น อานิสงค์ตกมาที่ผู้ให้กู้หรือสินเชื่อจะทำให้มีรายได้มากขึ้น




แต่ถ้าอยากให้เงินต้นปลอดภัยแบบสุดยอดมากยิ่งขึ้น แบบไม่เอาความเสี่ยงจากการลงทุน
ลองแบ่งเงินส่วนนึง ซื้อสลากออมสิน หรือ ธกส ในอนาคต
เนื่องจากเราจะได้ดอกเบี้ยเงินฝากในสลาก และได้การันตี เงินถูกสลากต่อเดือน
รวมทั้ง ลุ้นรางวัลที่ 1 สิบล้านขึ้นไปทุกๆเดือน โดยเงินต้นไม่หายอีกด้วยครับ
ถ้าฝาก 1 ล้าน ในสลาก ธกส จะได้เงินการันตีทุกๆเดือนไม่รวมดอกเบี้ยและรางวัลที่
จะได้ 990 บาท ต่อเดือน


วันศุกร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

เกมส์ PUBG ได้แง่คิดการทำธุรกิจและการเทรดหุ้น Forex


เล่นเกมส์ PUBG ได้แง่คิดการทำธุรกิจและการเทรดหุ้น Forex เป็นตุเป็นตะเลยแหะ

ปกติไม่เล่นเกมส์พวกนี้ รู้สึกไม่สนุก อ่านหนังสือสนุกกว่า
แต่พอเล่น PUBG แล้วติดงอมแงม ทั้งวัน เพราะว่างด้วย

เล่น PUBG แล้วนึกถึงการทำธุรกิจ ตอนเริ่มเกมส์ กางเกงในตัวเดียว เรามาตัวเปล่าบางทีก็มีแต่เสื้อผ้า ต้องไปตามเก็บอาวุธและเกราะป้องกันตัวเอง และอยู่ให้รอดเป็นคนสุดท้ายในเกมส์ ถึงจะชนะ

ก่อนเราจะไปเก็บหมวกกันกระสุน ปืน เกราะ เราต้องเลือกทำเลการโดดร่ม

เหมือนเราเริ่มทำธุรกิจแบบเงินทุนไม่เยอะ พ่อแม่มีฐานให้ไม่เยอะ หรือแทบไม่มี
เราเดินเข้าเกมส์ธุรกิจที่มีคนเยอะๆ ดุ่มๆแบบตัวเปล่าก็โดนยิงตา
โดนทุนใหญ่คนมีพร้อมทั้งเงินและประสบการณ์ รุมไม่กี่เดือนก็ล้ม หมดตัว

ถ้าเอาหลัก PubG มาทำธุรกิจ ตอนแรกเราต้องหาทำเล ไกลๆคน ผุ้เล่นยังไม่เยอะ เราไม่ต้องรีบฆ่าศัตรู ทยอยเก็บของ กระสุน เกราะกันบัง เก็บยารักษาโลกให้พร้อม
มันคือ การเก็บประสบการณ์และเงินทุน เพื่อเตรียมพร้อมในโลกธุรกิจและหุ้น Forex

พอเก็บของได้เยอะเราก็ทยอยไปไล่ฆ่าตามทำเลที่เราเชี่ยวชาญ
ทยอยหาเพื่อนมาร่วมทีม หรือ connection

พอเก็บปืนได้ ลูกซอง ก็ต้องพยายามหาไรเฟิลและเลนส์ซูม เพื่อซุ่มยิงแบบไม่เสี่ยง

คำนึงถึงความเสี่ยงในการโดนฆ่าตายหรือธุรกิจเจ๊ง และเทรดล้างพอร์ท เพราะชีวิตจริงถ้าที่บ้านไม่รวย ไม่มีเงินรองรับ โอกาสเริ่มใหม่โคตรยาก กว่าแต่ก่อน โดนทีเดียวร่วงจนโดนกลบฝังเลยละ

ไม่เหมือนคนที่พ่อแม่มีเงิน โดนยิงร่วง เค้าก็ยังมีกระสุนยิงต่อเรื่อยๆ

ค่อยๆเล่นค่อยๆเก็บศัตรู เก็บประสบการณ์ไปเรื่อยๆ
ในเกมส์ PUBG มีการบีบพื้นที่ตามเวลาด้วย ถ้าให้เปรียบการบีบพื้นที่คือ เงินเฟ้อ ค่าครองชีพ ค่าใช้จ่ายเราและครอบครัว ในการทำธุรกิจ

เรามียารักษาโรคก็เหมือนเงินที่เราเก็บไว้ พอเราโดนยิงแต่เราไม่ตายก็เอามารักษาตัวเองก่อน ค่อยๆประคอง ไม่ต้องรีบ

อยู่ในนานที่สุด บางทีตอนเล่นผมก็ใช้หมัดเพียวๆฆ่าศัตรูที่มีปืนตาย
แต่ต้องจังหวะดีและโอกาสน้อยมาก
เหมือนเราทำธุรกิจทุนเล็กแต่ ไปทำให้ทุนใหญ่เพลี่ยงพล้ำได้โอกาสน้อยจริงๆ แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่มี

แต่ที่สำคัญคือ กระสุน คือเงินสด ปืนคือ การลงทุน จะยิงแต่ละนัดเราต้องแม่น ความแม่นคือประสบการณ์ connection คือเพื่อนร่วมทีมที่มาช่วยเรา ต้องพร้อมจริงๆในโลกการทำธุรกิจอละเทรดต่อไปนี้

เขียนซะยาาวเป็นตุเป็นตะ เลยแค่เล่นเกมส์ๆเดียว

แชมป์จนเบื่อ..5555




วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

โลกการค้าที่โหดร้ายดุเดือด ที่เป็น Natural Selection คนแกร่งเท่านั้นที่จะอยู่รอด

วันก่อนมีคนทำธุรกิจยี่ปั๊วมาเล่าในโลกการค้าที่โหดร้ายดุเดือด(ที่จริงก็เป็นแบบนี้ 2-3 ปีละ) เป็น Natural Selection
คนแกร่งเท่านั้นที่จะอยู่รอด
เค้าเป็นเอเย่นขายส่งตามร้านค้าเล็กๆแห่งนึง ได้ออกรถกระบะไว้ 5 คัน และจ้างลูกน้องเกือบ 10 คน คอยจดออร์เดอร์ตามร้านเล็กๆในตำบลหมู่บ้านต่างๆในกำแพงเพชร
เค้ารับนมยี่ห้อหนึ่ง สมมติราคาลังละ 100 บาท แต่ราคานี้ต้องสั่งระดับ 5 แสนขึ้นไปต่อครั้ง ถ้าสั่ง stock น้อยกว่า 5 แสนราคาจะขึ้นไป 110-120 บาทต่อลัง
ค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่ต้องออกรถ ค่าน้ำมัน และค่าพนักงานมาส่ง มารับออร์เดอร์ ตกเฉลี่ย 10 บาท ต่อลัง
เค้าถึงขายส่งในราคา 125 บาทต่อลัง เพราะต้นทุนเค้าตก 110 บาท
ทำมาค้าขายดี ปีสองปีแรก พออยู่ได้ พอกินพอใช้แต่ยังไม่รวยเพราะลงทุนไปเยอะเหมือนกันในการสร้างโกดังเก็บของหลักเกือบสิบล้าน
มาปีนี้วันดีคืนดี ยี่ปั๊วจากจังหวัดข้างๆ มาขายในกำแพงด้วย โดยขายในราคา 100 บาท!!!!!!!!!
เพราะยี่ปั๊วรับ stock ที 10 ล้านบาท โรงงานกำหนดมา เลยได้ราคาส่งที่ประมาณ 80 บาท รวมค่าส่ง ค่ารถ ค่าน้ำมัน แล้วต้นทุนไม่เกิน 90 บาท
แล้วยี่ปั๊วกำแพงจะขายยังไง รับมาก็ 100 บาทแล้วยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ
แต่ยี่ปั๊วจังหวัดอื่นมาขายในกำแพง 100 บาท
ยี่ปั๊วกำแพงก็ขาดทุน..........
สาเหตุที่ยี่ปั๊วจังหวัดอื่นมาขายถูกเพราะนมมีวันหมดอายุ ยิ่งปล่อยไว้นานยิ่งเสื่อมราคา ประกอบกับรับยอดจากโรงงานมาเยอะ ไม่รีบขายเงินจม ถ้าเกิดมีอะไรทำให้หมุนไม่ทัน ก็พัง เศรษฐกิจแบบนี้ด้วย ยอดขายไม่โต
เป็นผมก็ต้องทำ ทำยังไงก็ได้ให้ตัวเองรอด
จะไปฟ้องโรงงานว่าขายข้ามเขต โรงงานก็ตีมึน เพราะคุณซื้อแค่ 5 แสน อีกเจ้าหลักสิบล้าน เงินมันต่างกันเห็นๆ
อีกอย่างยี่ปั๊วเจ้าอื่นทำมายี่สิบปี ยี่ปั๊วเพิ่งมาทำไม่กี่ปี
ยี่ปั๊วกำแพงเลยเลิกขายนม รีบกลับตัวไปหาสินค้าอื่นมาขายแทน
เพราะทำไปมีแต่ขาดทุน กรีดเลือดตัวเอง นานๆไปจะแย่เพราะเงินจะขาดมือ
เค้าเก่งพลิกแพลง ไม่สู้ต่อเพราะเงินทุนถ้าเทียบกับคนอื่นที่เค้ามีเงินหนามานาน ถ้าสู้ด้วยราคามีแต่แพ้
จะแพ้ช้าหรือเร็ว ยังไงก็แพ้
หาอย่างอื่นทำดีกว่า
เราต้องดูหน้าตักในมือเรา ทุน ประสบการณ์ ฐานลูกค้าเราจะพอไปสู้กับเค้าไหม
ถ้าสู้ได้ก็สู้ แต่ต้องไม่ขาดทุน
ถ้าสู้ไม่ได้ให้รีบหนี ไปตั้งหลักหาทางอื่นสู้ดีกว่า ทู่ซี้ไปก็เหนื่อย
เราสามารถกำหนดเกมส์เล่นได้
ถ้าเรามีทุน
แต่ถ้าเราไม่มีทุน จะเล่นเกมส์แบบไหน เราก็เลือกไม่ได้
นี่แหละโลกของทุนนิยม
สายป่านใครยาวได้เปรียบ
แต่ก็ไม่ได้แปลว่าจะชนะเกมส์นี้ได้ทุกคน
คิดแล้วก็ปวดหัว เล่นเกมส์ PUBG และหนีไปนอนนดีกว่า.........
สบายจริงๆ ตอนนี้ ทำได้แค่รอ ดิ้นไปก็เจ็บตัวกินทุนตอนนี้
เมืองกำแพงเล็กจริงๆ ขนาดห้างใหม่ยังร้องและคนเช่าเริ่มทยอยออกไปละ แต่เค้าไม่เดือดร้อนหรอก เพราะกำไรทั่วประเทศเค้ายังมากอยู่
รอจังหวะ....

วันพุธที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

IRC และ HFT คุยกันเรื่องยาง กำไรและผลตอบแทน

ส่วนตัวสนใจหุ้นยาง HFT และ IRC วันนี้เลยมาลองเสนอการเปรียบระหว่างสองตัวนี้กันเนื่องจากอุตสาหกรรมเดียว
เรื่มต้นเรามาดูว่าแต่ละบริษัททำอะไรบ้าง และงบการเงินของสองบริษัทเป็นอย่างไร ข้อจำกัดในยอดขายอนาคตมีอะไรบ้างกันดีกว่าครับ
ขอขอบคุณ ที่มาของข้อมูล https://www.jitta.com และ https://www.finnomena.com/stock/ 





เปรียบเทียบผลตอบแทนและความเสี่ยงการซื้อแฟรนไชส์ร้านกาแฟระดับประเทศกับการลงทุนในหุ้น PTT

เชื่อว่าหลายๆท่านที่ไม่มีธุรกิจเป็นของตัวเอง ส่วนใหญ่จะมีความฝันอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองซักอย่างนึง อยากเป็นเจ้านายตัวเองไม่ต้องเป็นลูกน...